Vipassana Info EN

หน้าแรก · บทสวดมนต์

คาถาชินบัญชร ฉบับเต็ม 15 บท พร้อมคำอ่านและคำแปล

คาถาชินบัญชร ฉบับเต็ม 15 บท ภาษาบาลีพร้อมคำอ่านและคำแปลทีละบท พร้อมที่มา ความหมาย และวิธีสวด 1 จบ 3 จบ หรือ 9 จบ

คาถาชินบัญชร เป็นบทสวดภาษาบาลี 15 บท ที่ผู้สวดน้อมนึกถึงพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ พระธรรม พระสงฆ์ พระมหาสาวก และพระปริตร ว่ามาประดิษฐานอยู่บนศีรษะ ในดวงตา ที่อก และรอบกาย จนเป็นเหมือนกรงที่ล้อมผู้สวดไว้ทุกด้าน เป็นบทสวดที่แพร่หลายมากบทหนึ่งในประเทศไทย ใต้คำอธิบายนี้คือคาถาชินบัญชร ฉบับเต็ม 1 จบ ครบ 15 บท ขึ้นต้นด้วยบทนมัสการพระพุทธเจ้า ภาษาบาลีแสดงเป็นคำอ่านอักษรไทย และมีคำแปลทีละบท ส่วนนี้อธิบายความหมายของชื่อ ที่มา เนื้อหาของแต่ละบท พระสาวกและพระปริตรที่เอ่ยถึง วิธีสวด และคำถามที่ถามกันบ่อย เช่น ควรสวดกี่จบ และมีแบบย่อหรือไม่

คาถาชินบัญชร คืออะไร ชื่อนี้แปลว่าอะไร

ชื่อชินบัญชรมาจากคำบาลีสองคำ คือ ชินะ แปลว่า ผู้ชนะ เป็นคำเรียกพระพุทธเจ้าผู้ทรงชนะกิเลสและมาร และ ปัญชระ แปลว่า กรง หรือโครงที่ล้อมไว้โดยรอบ ชินบัญชรจึงแปลว่า กรงของพระชินเจ้า หรือวงล้อมของพระพุทธเจ้า ภาพทั้งหมดในคาถาคือผู้สวดอยู่ตรงกลาง มีพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ และพระสาวกอยู่รอบด้าน คำนี้ปรากฏในตัวบทเองที่บทที่ 14 และบทสุดท้าย ซึ่งจบว่า จะรามิ ชินะปัญชะเร แปลว่า ข้าพเจ้าเป็นอยู่ในวงล้อมของพระชินเจ้า ส่วนบทที่ 13 ใช้คำว่า สัมพุทธะปัญชะเร ในความหมายเดียวกัน

คำว่า คาถา ในภาษาบาลีหมายถึงบทร้อยกรอง คือถ้อยคำที่แต่งเป็นวรรคตามฉันทลักษณ์ คาถาชินบัญชรจึงหมายถึงบทร้อยกรองว่าด้วยวงล้อมของพระชินเจ้า เนื้อหาทั้งหมดเป็นการระลึกถึงพระรัตนตรัย คือพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ผ่านภาพที่จำง่าย ผู้สวดไม่ได้เพียงท่องเสียง แต่นึกภาพตามไปทีละส่วนของร่างกาย

ที่มาของคาถาชินบัญชร

คาถาชินบัญชรไม่อยู่ในพระไตรปิฎก เป็นบทประพันธ์ภาษาบาลีในยุคหลัง แต่งขึ้นหลังสมัยพุทธกาลนาน โดยใช้ถ้อยคำและฉันทลักษณ์แบบบาลี ในประเทศไทย คาถานี้สืบกันมาว่าเกี่ยวข้องกับสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ในฐานะผู้ที่ทำให้คาถาเป็นที่รู้จักแพร่หลาย ส่วนใครเป็นผู้แต่ง แต่งขึ้นที่ใด และเมื่อใด ยังไม่เป็นที่แน่ชัด

เพราะคาถานี้สืบทอดกันมาในหนังสือสวดมนต์หลายฉบับ ถ้อยคำในแต่ละฉบับจึงต่างกันเล็กน้อย หน้านี้ใช้ถ้อยคำที่ตรวจกับฉบับในวิกิซอร์ซภาษาไทย หนังสือสวดมนต์ไทยหลายเล่มพิมพ์บรรทัดคำอธิษฐานสองบรรทัดไว้ก่อนบทที่ 1 ขึ้นต้นว่า ปุตตะกาโม ละเภ ปุตตัง บรรทัดเหล่านั้นไม่ใช่ส่วนหนึ่งของเนื้อความ 15 บท หน้านี้จึงให้เฉพาะบทนมัสการพระพุทธเจ้าตามด้วย 15 บท

เนื้อหาของคาถาชินบัญชร ทั้ง 15 บท

คาถาชินบัญชรเรียงภาพจากบนลงล่างและจากในออกนอก เริ่มที่พระพุทธเจ้าบนศีรษะ แล้วขยายออกไปจนเป็นกำแพงและหลังคา เนื้อหาแบ่งได้เป็นเจ็ดช่วง ดังนี้

  1. บทที่ 1 ถึง 2: พระพุทธเจ้าทั้งหลายผู้ชนะมารและได้ดื่มรสแห่งอริยสัจ 4 และพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ เริ่มจากพระตัณหังกร มาประดิษฐานบนกระหม่อม
  2. บทที่ 3: พระพุทธเจ้าที่ศีรษะ พระธรรมที่ดวงตาทั้งสอง และพระสงฆ์ที่อก บทนี้เป็นแก่นของภาพทั้งหมด
  3. บทที่ 4 ถึง 8: พระมหาสาวก 15 รูป ประจำที่หัวใจ ด้านขวา ด้านหลัง ด้านซ้าย หูขวา หูซ้าย ด้านหลังศีรษะ ปาก และหน้าผาก
  4. บทที่ 9: พระมหาเถระอีก 80 รูป ผู้รุ่งเรืองด้วยศีล ประดิษฐานทั่วอวัยวะน้อยใหญ่
  5. บทที่ 10 ถึง 11: พระปริตรเจ็ดบทล้อมรอบเป็นกำแพงทั้งสี่ด้าน และเป็นหลังคาบนอากาศ
  6. บทที่ 12 ถึง 13: กำแพงเจ็ดชั้นที่ประกอบด้วยอำนาจของพระชินเจ้า และคำขอให้เหตุร้ายทั้งภายนอกและภายในสิ้นไป ขณะที่ผู้สวดทำกิจของตนอยู่
  7. บทที่ 14 ถึง 15: ขอพระมหาบุรุษทั้งปวงดูแลผู้สวด และบทสรุปว่าผู้สวดเป็นอยู่ในวงล้อมของพระชินเจ้า ด้วยอานุภาพของพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์

บทที่ 12 และ 13 กล่าวถึงเหตุร้ายที่เกิดจากธาตุลม ธาตุน้ำดี และอื่น ๆ ซึ่งเป็นวิธีเรียกความเจ็บป่วยตามความเข้าใจในสมัยที่แต่งคาถา ถ้อยคำนี้เป็นคำอธิษฐาน ไม่ใช่การรักษา เมื่อเจ็บป่วยควรไปพบแพทย์ตามปกติ และใช้การสวดมนต์เป็นที่พึ่งทางใจควบคู่กันไป

พระสาวกที่เอ่ยนามในคาถา

พระสาวกในบทที่ 4 ถึง 8 เป็นบุคคลที่มีเรื่องราวอยู่ในพระไตรปิฎก หลายรูปได้รับการยกย่องจากพระพุทธเจ้าว่าเป็นเลิศในด้านหนึ่ง ตามที่รวบรวมไว้ในเอตทัคควรรค ของอังคุตตรนิกาย การรู้ว่าแต่ละรูปเป็นใครช่วยให้สวดได้อย่างเข้าใจ

  • พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ อัครสาวกเบื้องขวาและเบื้องซ้าย เลิศด้วยปัญญาและด้วยฤทธิ์ตามลำดับ ในคาถาก็อยู่ด้านขวาและด้านซ้ายของผู้สวดเช่นกัน
  • พระโกณฑัญญะ ผู้ฟังปฐมเทศนาแล้วเข้าใจธรรมเป็นคนแรก จนพระพุทธเจ้าทรงเปล่งว่า โกณฑัญญะได้รู้แล้วหนอ
  • พระอานนท์ ผู้อุปัฏฐากพระพุทธเจ้าและทรงจำคำสอนไว้มาก และพระราหุล พระโอรสของพระพุทธเจ้า ผู้เลิศในความใคร่ศึกษา
  • พระอนุรุทธะ เลิศด้วยทิพยจักษุ และพระอุบาลี เลิศในการทรงจำพระวินัย
  • พระกุมารกัสสปะ เลิศในการแสดงธรรมได้หลากหลายวิธี ซึ่งคาถาเรียกว่า จิตตะวาทะโก
  • พระองคุลิมาล อดีตโจรที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปพบจนกลับใจออกบวช พระสีวลี เลิศด้วยลาภ และพระนันทะ เลิศในการสำรวมอินทรีย์

ส่วนพระกัสสปะ พระมหานามะ และพระปุณณะ ในพระไตรปิฎกมีพระเถระชื่อนี้หลายรูป คาถาไม่ได้ระบุชัดว่าหมายถึงรูปใด

พระปริตรเจ็ดบทที่เป็นกำแพง

บทที่ 10 และ 11 เอ่ยชื่อบทสวดเจ็ดบท ทุกบทเป็นพระปริตรที่สวดกันจริงและมีคำแปลอยู่ในเว็บไซต์นี้ ได้แก่ รัตนสูตร อยู่ด้านหน้า เมตตสูตร อยู่ด้านขวา ธชัคคสูตร อยู่ด้านหลัง อังคุลิมาลปริตร อยู่ด้านซ้าย ส่วนขันธปริตร โมรปริตร และอาฏานาฏิยปริตร เป็นหลังคา บทสวดเหล่านี้อยู่ในชุดพระปริตรสิบสองตำนาน

ความหมายของภาพนี้จะชัดขึ้นเมื่ออ่านเนื้อหาของพระปริตรเหล่านั้น เมตตสูตรสอนให้แผ่ความปรารถนาดีไปยังสัตว์ทั้งปวงโดยไม่มีประมาณ ธชัคคสูตรสอนให้ระลึกถึง พระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์เมื่อเกิดความกลัว รัตนสูตรกล่าวถึงคุณของพระรัตนตรัย กำแพงในคาถาชินบัญชรจึงสร้างขึ้นจากคำสอน ผู้ที่เข้าใจและนำคำสอนเหล่านี้มาใช้ คือผู้ที่อยู่ในกำแพงนั้นจริง

คาถาชินบัญชร 1 จบ 3 จบ 9 จบ และ 108 จบ

คาถาชินบัญชร 1 จบ หมายถึงสวดครบ 15 บทหนึ่งรอบ ตามธรรมเนียมเริ่มด้วยบทนมัสการ นะโม ตัสสะ สามครั้งก่อน ซึ่งอยู่ต้นบทสวดด้านล่าง ถ้าสวดด้วยจังหวะปกติ หนึ่งรอบใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที บทสวดด้านล่างคือฉบับเต็มหนึ่งรอบ จะสวดกี่จบก็ใช้บทเดียวกันนี้ซ้ำ

หลายคนสวดวันละ 3 จบ หรือ 9 จบเป็นธรรมเนียม บางคนตั้งใจสวด 108 จบในวันสำคัญ โดยใช้ลูกประคำช่วยนับ จำนวนจบเหล่านี้เป็นธรรมเนียมที่สืบกันมา ตัวคาถาไม่ได้กำหนดจำนวนไว้ และไม่ได้กล่าวว่าสวดกี่จบจะได้ผลอย่างไร สิ่งที่คาถากล่าวไว้จริงคือการน้อมนึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ให้อยู่กับตัวทุกส่วน การสวดหนึ่งจบด้วยใจที่อยู่กับความหมาย จึงตรงกับเนื้อหาของคาถามากกว่าการสวดหลายจบโดยใจลอย

ถ้าจะสวด 9 จบ วิธีที่ช่วยได้คือ สวดรอบแรกช้า ๆ พร้อมนึกภาพตามคำแปล แล้วสวดรอบต่อไปด้วยจังหวะสม่ำเสมอ ใช้นิ้วหรือลูกประคำนับ จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องตัวเลข คำอ่านอักษรไทยที่ให้ไว้ในแต่ละบรรทัดใช้สวดได้ทุกจบ

คาถาชินบัญชร แบบย่อ มีหรือไม่

ตัวบทมี 15 บท ไม่มีฉบับย่อที่เป็นส่วนหนึ่งของตัวบทเอง สิ่งที่เรียกกันว่าแบบย่อคือการเลือกบางบทหรือบางวรรคมาสวด ถ้ามีเวลาน้อย ทางเลือกที่ดีที่สุดคือสวดเต็ม 1 จบอย่างตั้งใจ ซึ่งใช้เวลาไม่นาน ถ้าจำเป็นต้องสั้นกว่านั้นจริง ๆ อาจสวดบทที่ 3 ซึ่งวางพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ไว้ที่ศีรษะ ดวงตา และอก กับบทที่ 15 ซึ่งเป็นบทสรุป สองบทนี้รักษาแก่นของภาพไว้ได้ แล้วค่อยสวดเต็มเมื่อมีเวลา

วิธีสวดคาถาชินบัญชร

  1. หาที่สงบ หน้าพระพุทธรูปหรือโต๊ะบูชาที่บ้านถ้ามี หรือที่ใดก็ได้ที่นั่งได้สบาย จะนั่งพับเพียบ คุกเข่า หรือนั่งเก้าอี้ก็ได้
  2. กราบสามครั้งหรือประนมมือ แล้วสวดบทนมัสการ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ สามจบ
  3. สวดทีละบทตามคำอ่าน ช้าพอที่จะออกเสียงชัด ถ้ายังไม่คล่อง อ่านคำแปลของบทนั้นก่อนแล้วจึงสวด
  4. ขณะสวด นึกภาพตามเนื้อความ เช่น ถึงบทที่ 3 ให้นึกถึงพระพุทธเจ้าที่ศีรษะ พระธรรมที่ดวงตา และพระสงฆ์ที่อก
  5. เมื่อจบ นั่งนิ่งสักครู่ แล้วอาจต่อด้วยบทแผ่เมตตา หรือบทกรวดน้ำ
ผู้ใหญ่ในชุดขาวคุกเข่าประนมมือที่อก สวดมนต์หน้าโต๊ะบูชาเล็ก ๆ ที่บ้าน มีดอกไม้และเทียน
ผู้ใหญ่ในชุดขาวคุกเข่าประนมมือที่อก สวดมนต์หน้าโต๊ะบูชาเล็ก ๆ ที่บ้าน มีดอกไม้และเทียน

การออกเสียงไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบตั้งแต่วันแรก คำอ่านด้านล่างแบ่งพยางค์ตามแบบที่สวดกันในประเทศไทย เช่น ชะยาสะนากะตา พุทธา เมื่อสวดซ้ำทุกวันก็จะคล่องขึ้นเอง ถ้าอยากได้จังหวะ การสวดพร้อมกับผู้อื่นที่บ้านหรือที่วัดช่วยได้มาก

คาถาชินบัญชรกับการระลึกถึงพระรัตนตรัย

ในพระไตรปิฎก การระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ เป็นการฝึกใจแบบหนึ่ง เรียกว่า พุทธานุสสติ ธัมมานุสสติ และสังฆานุสสติ ในอังคุตตรนิกาย 6.10 พระพุทธเจ้าตรัสว่า ขณะที่อริยสาวกระลึกถึงพระตถาคต ใจของเขาไม่ถูกราคะ โทสะ หรือโมหะครอบงำ ใจตั้งตรงอยู่กับสิ่งที่ระลึก คาถาชินบัญชรแม้จะแต่งขึ้นในยุคหลัง ก็ใช้หลักเดียวกันนี้ผ่านภาพที่ผู้สวดนึกตามได้

เมื่อบทสุดท้ายกล่าวว่าผู้สวดได้รับการดูแลด้วยอานุภาพของพระสัทธรรม จึงอ่านได้ว่าพระธรรมดูแลผู้ที่ดำเนินชีวิตตามพระธรรม ไม่ใช่คำสัญญาว่าจะไม่มีเรื่องร้ายเกิดขึ้น การนำคาถาไปใช้จริงคือ มีพระพุทธเจ้าเป็นหลักในความคิด มองสิ่งต่าง ๆ ด้วยพระธรรม และมีพระสงฆ์เป็นแบบอย่างอยู่ในใจ ตามภาพในบทที่ 3

บทสวดที่มักสวดคู่กัน

ในการสวดมนต์ที่บ้าน หลายคนสวดคาถาชินบัญชรต่อจากบทสวดอิติปิโส ซึ่งระลึกถึงคุณของพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ทีละข้อ และบทสวดพาหุง ซึ่งเล่าชัยชนะแปดครั้งของพระพุทธเจ้า แล้วจึงปิดด้วยการแผ่เมตตา สามบทนี้เข้ากันดี บทแรกบอกว่าพระรัตนตรัยมีคุณอย่างไร บทที่สองเล่าว่าคุณเหล่านั้นชนะความรุนแรงและความหลงได้อย่างไร และบทที่สามวางคุณเหล่านั้นไว้รอบตัวผู้สวด ถ้าต้องการชุดบทสวดประจำวันที่ครบกว่านี้ ดูบทสวดมนต์ไหว้พระ

บทสวด

นมัสการพระพุทธเจ้า

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

สวด 3 จบ

คำแปล

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง

บทที่ 1

ชะยาสะนาคะตา พุทธา เชตวา มารัง สะวาหะนัง
จะตุสัจจาสะภัง ระสัง เย ปิวิงสุ นะราสะภา

คำแปล

พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ผู้องอาจในหมู่มนุษย์ ผู้เสด็จขึ้นสู่อาสนะแห่งชัยชนะ ทรงชนะมารพร้อมทั้งพาหนะแล้ว ได้ดื่มรสอันเลิศคืออริยสัจสี่

บทที่ 2

ตัณหังกะราทะโย พุทธา อัฏฐะวีสะติ นายะกา
สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง มัตถะเก เต มุนิสสะรา

คำแปล

พระพุทธเจ้ายี่สิบแปดพระองค์ ผู้นำทาง มีพระตัณหังกรเป็นต้น พระจอมมุนีทั้งหมดนั้นประดิษฐานอยู่บนกระหม่อมของข้าพเจ้า

บทที่ 3

สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง พุทโธ ธัมโม ทวิโลจะเน
สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง อุเร สัพพะคุณากะโร

คำแปล

พระพุทธเจ้าประดิษฐานอยู่ที่ศีรษะของข้าพเจ้า พระธรรมอยู่ที่ดวงตาทั้งสอง พระสงฆ์ผู้เป็นบ่อเกิดแห่งคุณความดีทั้งปวงประดิษฐานอยู่ที่อกของข้าพเจ้า

บทที่ 4

หะทะเย เม อะนุรุทโธ สารีปุตโต จะ ทักขิเณ
โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง โมคคัลลาโน จะ วามะเก

คำแปล

พระอนุรุทธะอยู่ที่หัวใจของข้าพเจ้า พระสารีบุตรอยู่ด้านขวา พระโกณฑัญญะอยู่ด้านหลัง และพระโมคคัลลานะอยู่ด้านซ้าย

บทที่ 5

ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง อาสุง อานันทะราหุลา
กัสสะโป จะ มะหานาโม อุภาสุง วามะโสตะเก

คำแปล

พระอานนท์และพระราหุลอยู่ที่หูขวาของข้าพเจ้า พระกัสสปะและพระมหานามะทั้งสองรูปอยู่ที่หูซ้าย

บทที่ 6

เกสันเต ปิฏฐิภาคัสมิง สุริโย วะ ปะภังกะโร
นิสินโน สิริสัมปันโน โสภิโต มุนิปุงคะโว

คำแปล

ที่ด้านหลังศีรษะตรงปลายผม พระโสภิตะ ผู้ประเสริฐในหมู่มุนี งามพร้อมด้วยสิริ ประทับนั่งอยู่ ส่องแสงดุจดวงอาทิตย์

บทที่ 7

กุมาระกัสสะโป เถโร มะเหสี จิตตะวาทะโก
โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง ปะติฏฐาสิ คุณากะโร

คำแปล

พระกุมารกัสสปเถระ ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ผู้แสดงธรรมได้ไพเราะหลากหลาย เป็นบ่อเกิดแห่งคุณความดี ประดิษฐานอยู่ที่ปากของข้าพเจ้าเป็นนิตย์

บทที่ 8

ปุณโณ อังคุลิมาโล จะ อุปาลี นันทะสีวะลี
เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา นะลาเฏ ติละกา มะมะ

คำแปล

พระปุณณะ พระองคุลิมาล พระอุบาลี พระนันทะ และพระสีวลี พระเถระห้ารูปนี้ปรากฏเป็นดังเครื่องหมายบนหน้าผากของข้าพเจ้า

บทที่ 9

เสสาสีติ มะหาเถรา วิชิตา ชินะสาวะกา
เอเตสีติ มะหาเถรา ชิตะวันโต ชิโนระสา
ชะลันตา สีละเตเชนะ อังคะมังเคสุ สัณฐิตา

คำแปล

พระมหาเถระอีกแปดสิบรูปที่เหลือ ผู้เป็นสาวกของพระชินเจ้า (พระพุทธเจ้าผู้ชนะ) ผู้ชนะกิเลสแล้ว พระมหาเถระแปดสิบรูปเหล่านี้ ผู้มีชัย เป็นบุตรที่เกิดจากพระชินเจ้า รุ่งเรืองด้วยเดชแห่งศีล ประดิษฐานอยู่ทั่วอวัยวะน้อยใหญ่ของข้าพเจ้า

บทที่ 10

ระตะนัง ปุระโต อาสิ ทักขิเณ เมตตะสุตตะกัง
ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ วาเม อังคุลิมาละกัง

คำแปล

รัตนสูตรอยู่ด้านหน้า เมตตสูตรอยู่ด้านขวา ธชัคคสูตรอยู่ด้านหลัง และอังคุลิมาลปริตรอยู่ด้านซ้าย

บทที่ 11

ขันธะโมระปะริตตัญจะ อาฏานาฏิยะสุตตะกัง
อากาเส ฉะทะนัง อาสิ เสสา ปาการะสัณฐิตา

คำแปล

ขันธปริตร โมรปริตร และอาฏานาฏิยสูตร เป็นหลังคาอยู่บนอากาศ บทสวดที่เหลือตั้งอยู่เป็นกำแพง

บทที่ 12

ชินาณาวะระสังยุตตา สัตตะปาการะลังกะตา
วาตะปิตตาทิสัญชาตา พาหิรัชฌัตตุปัททะวา

คำแปล

บทสวดเหล่านี้ประกอบด้วยอำนาจอันประเสริฐของพระชินเจ้า จัดไว้งดงามเป็นกำแพงเจ็ดชั้น ส่วนเหตุร้ายทั้งภายนอกและภายใน ที่เกิดจากธาตุลม ธาตุน้ำดี และอื่น ๆ (ความต่อในบทที่ 13)

บทที่ 13

อะเสสา วินะยัง ยันตุ อะนันตะชินะเตชะสา
วะสะโต เม สะกิจเจนะ สะทา สัมพุทธะปัญชะเร

คำแปล

ขอเหตุร้ายเหล่านั้นจงสิ้นไปไม่เหลือ ด้วยเดชของพระชินเจ้าอันไม่มีที่สุด ขณะที่ข้าพเจ้าทำกิจของตนอยู่ในวงล้อมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกเมื่อ

บทที่ 14

ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ วิหะรันตัง มะหีตะเล
สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ เต มะหาปุริสาสะภา

คำแปล

ขอพระมหาบุรุษผู้องอาจทั้งปวงเหล่านั้น จงดูแลรักษาข้าพเจ้า ผู้อยู่บนแผ่นดินนี้ท่ามกลางวงล้อมของพระชินเจ้า (ชินบัญชร) ทุกเมื่อ

บทที่ 15

อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข
ชินานุภาเวนะ ชิตุปัททะโว
ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโฆ
สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะราโย
สัทธัมมานุภาวะปาลิโต
จะรามิ ชินะปัญชะเรติ

คำแปล

ด้วยประการฉะนี้ ข้าพเจ้าผู้ได้รับการดูแลรักษาอย่างดี ชนะเหตุร้ายด้วยอานุภาพของพระพุทธเจ้า ชนะหมู่ศัตรูด้วยอานุภาพของพระธรรม ชนะอันตรายด้วยอานุภาพของพระสงฆ์ ได้รับการดูแลด้วยอานุภาพของพระสัทธรรม เป็นอยู่ในวงล้อมของพระชินเจ้า

แปลด้วยเครื่องจากต้นฉบับ: พระคาถาชินบัญชร (วิกิซอร์ซภาษาไทย) · บทประพันธ์ภาษาบาลียุคหลัง ไม่อยู่ในพระไตรปิฎก สืบกันมาว่าเกี่ยวข้องกับสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) · มหานามสูตร (อังคุตตรนิกาย 6.10) · ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร (สังยุตตนิกาย 56.11) · เอตทัคควรรค อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต (พระสาวกผู้เป็นเลิศ)

อ่านต่อ

บทสวดอิติปิโส พร้อมคำแปล พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ

บทสวดอิติปิโส ภาษาบาลีพร้อมคำอ่านและคำแปล พระพุทธคุณ 9 พระธรรมคุณ 6 พระสังฆคุณ 9 ที่มาในพระสูตร และการสวด 3 จบ 9 จบ 108 จบ

บทสวดพาหุง ชัยมงคลคาถา 8 บท พร้อมคำแปลและความหมาย

บทสวดพาหุง หรือชัยมงคลคาถา 8 บท ภาษาบาลีพร้อมคำอ่านและคำแปล เรื่องเบื้องหลังชัยชนะแต่ละครั้งของพระพุทธเจ้า และวิธีสวด

พระปริตร สิบสองตำนาน บทชุมนุมเทวดาพร้อมคำแปล

บทชุมนุมเทวดาที่สวดก่อนพระปริตรทั้งสิบสองตำนานและเจ็ดตำนาน พร้อมคำแปล พระปริตรสิบสองตำนาน ได้แก่ มงคลสูตร รัตนสูตร กรณียเมตตสูตร ขันธปริตร โมรปริตร วัฏฏกปริตร ธชัคคสูตร อาฏานาฏิยปริตร อังคุลิมาลปริตร โพชฌังคปริตร อภยปริตร และชัยปริตร