Vipassana Info EN

หน้าแรก · บทสวดมนต์

บทกรวดน้ำ แบบย่อและแบบสมบูรณ์ พร้อมคำแปลและวิธีกรวดน้ำ

บทกรวดน้ำ แบบย่อและแบบสมบูรณ์ ภาษาบาลีพร้อมคำอ่านและคำแปล วิธีกรวดน้ำหลังใส่บาตรหรือเมื่อพระสวด และการอุทิศให้ผู้ล่วงลับ

บทกรวดน้ำ คือคำอุทิศส่วนบุญที่กล่าวหลังทำบุญ เช่น หลังใส่บาตร ถวายสังฆทาน หรือฟังพระสวดมนต์ โดยรินน้ำสะอาดให้ไหลเป็นสายช้า ๆ ขณะกล่าวคำอุทิศ คำว่า กรวด ในที่นี้หมายถึงการหลั่งหรือรินน้ำ น้ำที่ไหลไม่ขาดสายเป็นเครื่องหมายของบุญที่ส่งต่อไปถึงผู้รับ ด้านล่างคือบทกรวดน้ำครบชุด ภาษาบาลีพร้อมคำอ่านและคำแปล ได้แก่ บทสั้น อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ บทจากติโรกุฑฑสูตร บทอิมินา ปุญญะกัมเมนะ ซึ่งเป็นแบบสมบูรณ์ และบทระลึกถึงที่พึ่ง ส่วนนี้อธิบายความหมายของการกรวดน้ำ ที่มาในพระสูตร ควรใช้บทใดเมื่อใด วิธีกรวดน้ำทีละขั้น และการอุทิศให้ผู้ล่วงลับ

บทกรวดน้ำ คืออะไร ทำไมต้องใช้น้ำ

การอุทิศส่วนบุญเกิดขึ้นที่ใจ น้ำเป็นเครื่องหมายที่ช่วยให้ตั้งใจได้ชัดเจน ภาพของน้ำมาจากติโรกุฑฑสูตร (ขุททกปาฐะ 7) ซึ่งกล่าวว่า น้ำฝนที่ตกบนที่สูงย่อมไหลลงสู่ที่ต่ำ ฉันใด สิ่งที่ให้จากโลกนี้ย่อมเป็นประโยชน์แก่ผู้ล่วงลับ ฉันนั้น คาถานี้อยู่ในบทสวดด้านล่าง และเป็นที่มาของบท ยะถา วาริวะหา ปูรา ที่พระสงฆ์สวดขณะที่ผู้ทำบุญกรวดน้ำ

เพราะบุญอยู่ที่ใจ ถ้าไม่มีน้ำ ก็อุทิศได้ด้วยการประนมมือและตั้งใจกล่าวคำอุทิศ ซึ่งเรียกกันว่า กรวดน้ำแห้ง สิ่งที่สำคัญคือความตั้งใจของผู้ให้ ไม่ใช่ปริมาณน้ำหรือภาชนะที่ใช้

ติโรกุฑฑสูตรยังบอกเหตุผลของการทำบุญอุทิศไว้อย่างอ่อนโยน คือการระลึกถึงสิ่งที่ผู้ล่วงลับเคยทำให้เรา และบอกว่าน้ำตาไม่ได้ช่วยผู้ที่จากไป

อะทาสิ เม อะกาสิ เม
ญาติ มิตตา สะขา จะ เม
เปตานัง ทักขิณัง ทัชชา
ปุพเพ กะตะมะนุสสะรัง
นะ หิ รุณณัง วา โสโก วา
ยา จัญญา ปะริเทวะนา
นะ ตัง เปตานะมัตถายะ
เอวัง ติฏฐันติ ญาตะโย

เมื่อระลึกถึงสิ่งที่ท่านเคยทำไว้ว่า ท่านได้ให้แก่เรา ได้ทำสิ่งนี้แก่เรา ท่านเป็นญาติ เป็นมิตร เป็นสหายของเรา ก็พึงให้ทานอุทิศแก่ผู้ล่วงลับ เพราะการร้องไห้ ความเศร้าโศก หรือการคร่ำครวญอื่นใด ไม่เป็นประโยชน์แก่ผู้ล่วงลับ หากญาติยังคงอยู่ในความโศกเช่นนั้น

KP 7

การอุทิศส่วนกุศลในคำสอน

การให้ส่วนบุญเป็นบุญอย่างหนึ่งในตัวเอง นวโกวาทนับไว้ในบุญกิริยาวัตถุ 10 อย่าง คือทางทำบุญสิบทาง สองข้อที่เกี่ยวกับการกรวดน้ำโดยตรง มีถ้อยคำในนวโกวาทดังนี้

  • ปัตติทานมัย บุญสำเร็จด้วยการให้ส่วนบุญ.
  • ปัตตานุโมทนามัย บุญสำเร็จด้วยการอนุโมทนาส่วนบุญ.

ข้อแรกคือการแบ่งบุญของตนให้ผู้อื่น ข้อที่สองคือการพลอยยินดีกับบุญที่ผู้อื่นทำหรือแบ่งให้ ทั้งผู้ให้และผู้อนุโมทนาจึงได้ทำบุญทั้งคู่ การแบ่งบุญไม่ได้ทำให้บุญของผู้ให้ลดลง เพราะการแบ่งเองก็เป็นความดีอีกอย่างหนึ่ง รายการครบ 10 ข้ออยู่ในหน้าบุญกิริยาวัตถุ

นวโกวาทหมวดคิหิปฏิบัติ คือข้อปฏิบัติสำหรับผู้ครองเรือน กล่าวถึงประโยชน์ของทรัพย์ที่หามาได้โดยชอบ ข้อหนึ่งคือการทำพลี 5 อย่าง สองในห้าอย่างนั้นตรงกับการกรวดน้ำ ถ้อยคำในนวโกวาทมีดังนี้

  • ปุพพเปตพลี ทำบุญอุทิศให้ผู้ตาย.
  • เทวตาพลี ทำบุญอุทิศให้เทวดา.

ข้อความนี้ตอบคำถามที่หลายคนสงสัยว่า กรวดน้ำให้ใครได้บ้าง คำตอบคือให้ได้ทั้งญาติที่ล่วงลับ เทวดา และสัตว์ทั้งปวง ซึ่งตรงกับบทอิมินา ปุญญะกัมเมนะ ด้านล่าง ที่เอ่ยถึงครูอาจารย์ พ่อแม่ ญาติ เทวดา มิตร คนทั่วไป ผู้เป็นกลาง และแม้แต่ผู้เป็นศัตรู แล้วจบว่า ขอสัตว์ทั้งปวงจงเป็นสุข

บทกรวดน้ำ ย่อ อิมินา และแบบสมบูรณ์

บทสวดด้านล่างมีหลายส่วน แต่ละส่วนใช้ในโอกาสต่างกัน

  • บทกรวดน้ำย่อ: อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย แปลว่า ขอบุญนี้จงถึงแก่ญาติของข้าพเจ้า ขอญาติทั้งหลายจงเป็นสุข กล่าวสามครั้ง เหมาะกับหลังใส่บาตรหรือเมื่อมีเวลาน้อย บรรทัดนี้มาจากติโรกุฑฑสูตร
  • บทจากติโรกุฑฑสูตร: คาถาเรื่องน้ำที่ไหลจากที่สูงสู่ที่ต่ำ และทานที่ตั้งไว้ดีในสงฆ์ ซึ่งช่วยให้เข้าใจความหมายของการกรวดน้ำ
  • อิมินา ปุญญะกัมเมนะ: บทกรวดน้ำแบบสมบูรณ์ที่อุทิศบุญให้ผู้มีพระคุณ ญาติ เทวดา และสัตว์ทั้งปวง เป็นส่วนที่ใช้กันมากเมื่อสวดมนต์ที่บ้านหรือที่วัด
  • ความตั้งใจของผู้ทำบุญ: อิมินา ปุญญะกัมเมนะ อิมินา อุททิเสนะ จะ เป็นคำอธิษฐานเพื่อตนเอง ขอให้ตัดตัณหาและอุปาทานได้ มีใจซื่อตรง มีสติ ปัญญา และความเพียร จนถึงนิพพาน ส่วนนี้คือบทกรวดน้ำให้ตัวเอง ในความหมายว่าเป็นความปรารถนาต่อทางปฏิบัติของตน ไม่ใช่การขอสิ่งของ
  • บทระลึกถึงที่พึ่ง: พุทธาธิปะวะโร นาโถ ปิดท้ายด้วยการระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง

เมื่อมีเวลา สวดบทกรวดน้ำแบบสมบูรณ์ตั้งแต่ อิมินา ปุญญะกัมเมนะ จนถึงบทระลึกถึงที่พึ่ง เมื่อเวลาน้อย ใช้บทกรวดน้ำย่อสามครั้ง ทั้งสองแบบถูกต้องเท่ากัน

วิธีกรวดน้ำทีละขั้น และการเทน้ำลงดิน

  1. เตรียมน้ำสะอาดในภาชนะเล็ก ๆ ที่รินได้ เช่น คนโทหรือแก้วน้ำ และภาชนะรองรับ ถ้าอยู่ข้างนอกจะรินลงดินโดยตรงก็ได้
  2. เมื่อพระสงฆ์เริ่มสวด ยะถา วาริวะหา ปูรา ให้เริ่มรินน้ำช้า ๆ เป็นสายเล็กไม่ขาดสาย แล้วกล่าวบทกรวดน้ำในใจ จะใช้แบบย่อหรืออิมินาก็ได้
  3. ระหว่างริน นึกถึงผู้ที่ต้องการอุทิศให้ จะเอ่ยชื่อเป็นภาษาไทยต่อท้ายคำบาลีก็ได้
  4. เมื่อพระสงฆ์สวดถึงบท สัพพีติโย ให้รินน้ำที่เหลือจนหมด แล้วประนมมือรับพร
  5. หลังพิธี นำน้ำไปเทลงดินที่สะอาด เช่น โคนต้นไม้หรือในสวน ไม่เทลงท่อหรือที่สกปรก
น้ำกำลังถูกรินจากถ้วยเล็ก ๆ ลงบนพื้นดินที่โคนต้นไม้ใหญ่
น้ำกำลังถูกรินจากถ้วยเล็ก ๆ ลงบนพื้นดินที่โคนต้นไม้ใหญ่

ถ้ากรวดน้ำเองที่บ้านโดยไม่มีพระสงฆ์ ให้สวดบทกรวดน้ำด้วยตนเองขณะริน แล้วนำน้ำไปเทลงดินแบบเดียวกัน การรินน้ำลงดินที่โคนต้นไม้เป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไป พระสูตรไม่ได้กำหนดว่าต้องเทที่ใด สิ่งที่สำคัญคือทำด้วยความเคารพ

บทกรวดน้ำ หลังใส่บาตร

หลังใส่บาตรตอนเช้า พระสงฆ์บางรูปให้พรสั้น ๆ ระหว่างนั้นผู้ใส่บาตรมักนั่งหรือคุกเข่าประนมมือ แล้วกล่าวบทกรวดน้ำย่อ อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย สามครั้ง ถ้ามีน้ำเตรียมไว้ก็รินไปพร้อมกัน ถ้าไม่มีก็กรวดน้ำแห้งด้วยการตั้งใจกล่าวในใจ เมื่อกลับถึงบ้าน จะสวดอิมินา ปุญญะกัมเมนะ อีกครั้งก็ได้

บทกรวดน้ำ ให้ผู้ล่วงลับ และเจ้ากรรมนายเวร

ติโรกุฑฑสูตรทั้งพระสูตรพูดถึงญาติผู้ล่วงลับ บรรทัด อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ จึงเป็นคำอุทิศให้ผู้ล่วงลับโดยตรง หลังคำบาลี ผู้กรวดน้ำจะกล่าวเป็นภาษาไทยด้วยถ้อยคำของตนเองก็ได้ เช่น ขอส่วนบุญที่ข้าพเจ้าได้ทำในวันนี้ จงถึงแก่ (ชื่อ) ขอให้ท่านได้รับและมีความสุข การเอ่ยชื่อช่วยให้ความตั้งใจชัดเจน ในงานทำบุญให้ผู้ล่วงลับ มักมีการถวายสังฆทานและสวดบังสุกุลร่วมด้วย ซึ่งตรงกับที่ติโรกุฑฑสูตรกล่าวว่า ทานที่ตั้งไว้ดีในสงฆ์เป็นประโยชน์แก่ผู้ล่วงลับไปอีกนาน

เจ้ากรรมนายเวร หมายถึงผู้ที่เราอาจเคยทำให้เดือดร้อน หรือมีเรื่องบาดหมางกัน บทอิมินา ปุญญะกัมเมนะ ครอบคลุมไว้แล้วในคำว่า มัชฌัตตา เวริกาปิ จะ แปลว่า ผู้เป็นกลางและแม้ผู้เป็นศัตรู ถ้าต้องการกล่าวสั้น ๆ ก็เพิ่มคำภาษาไทยด้วยถ้อยคำของตนเอง เช่น ขอส่วนบุญนี้จงถึงแก่ผู้ที่ข้าพเจ้าเคยล่วงเกิน ขอให้ท่านเป็นสุข และอโหสิแก่ข้าพเจ้า ความตั้งใจที่จะไม่ทำร้ายใครอีก และการรักษาศีล 5 คือการแก้ไขที่ตรงกับคำสอนที่สุด

กรวดน้ำกับแผ่เมตตา ต่างกันอย่างไร

สองอย่างนี้มักทำต่อกัน แต่ไม่เหมือนกัน การกรวดน้ำคือการแบ่งบุญที่ได้ทำแล้วให้ผู้อื่น จึงทำหลังจากทำความดีอย่างใดอย่างหนึ่ง ส่วนการแผ่เมตตาคือการส่งความปรารถนาดีให้ตนเองและสัตว์ทั้งปวงมีความสุข ทำได้ทุกเวลาโดยไม่ต้องมีบุญที่ทำมาก่อน หลายคนสวดมนต์ก่อนนอนแล้วแผ่เมตตา จากนั้นจึงกรวดน้ำอุทิศบุญจากการสวดมนต์นั้น ลำดับนี้ใช้ได้ดี เพราะการสวดมนต์และการแผ่เมตตาเป็นความดีที่ทำแล้ว จึงมีสิ่งที่จะแบ่งให้

บทสวด

บทกรวดน้ำแบบสั้น

อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ
สุขิตา โหนตุ ญาตะโย

สวด 3 จบ

คำแปล

ขอบุญนี้จงถึงแก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอญาติทั้งหลายจงมีความสุข บรรทัดนี้มาจากติโรกุฑฑสูตร ซึ่งใช้คำว่า โว (ของท่านทั้งหลาย) ตรงที่บทสั้นนี้ใช้ เม (ของข้าพเจ้า)

จากติโรกุฑฑสูตร

อุนนะเม อุทะกัง วุฏฐัง ยะถา นินนัง ปะวัตตะติ
เอวะเมวะ อิโต ทินนัง เปตานัง อุปะกัปปะติ
ยะถา วาริวะหา ปูรา ปะริปูเรนติ สาคะรัง
เอวะเมวะ อิโต ทินนัง เปตานัง อุปะกัปปะติ

คำแปล

น้ำฝนที่ตกบนที่สูงย่อมไหลลงสู่ที่ต่ำ ฉันใด สิ่งที่ให้จากโลกนี้ย่อมเป็นประโยชน์แก่ผู้ล่วงลับ ฉันนั้น แม่น้ำที่เต็มฝั่งย่อมไหลไปเติมมหาสมุทรให้เต็ม ฉันใด สิ่งที่ให้จากโลกนี้ย่อมเป็นประโยชน์แก่ผู้ล่วงลับ ฉันนั้น

ทานที่ตั้งไว้ดีในสงฆ์

อะยัญจะ โข ทักขิณา ทินนา
สังฆัมหิ สุปปะติฏฐิตา
ทีฆะรัตตัง หิตายัสสะ
ฐานะโส อุปะกัปปะติ

คำแปล

ทานนี้ที่ได้ให้แล้ว และตั้งไว้ดีในหมู่สงฆ์ ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่ผู้ล่วงลับนั้นไปอีกยาวนาน และเป็นประโยชน์แก่เขาได้ทันที

อุทิศส่วนบุญแก่ผู้มีคุณและสัตว์ทั้งปวง

อิมินา ปุญญะกัมเมนะ อุปัชฌายา คุณุตตะรา
อาจะริยูปะการา จะ มาตาปิตา จะ ญาตะกา
สุริโย จันทิมา ราชา คุณะวันตา นะราปิ จะ
พรัหมะมารา จะ อินทา จะ โลกะปาลา จะ เทวะตา
ยะโม มิตตา มะนุสสา จะ มัชฌัตตา เวริกาปิ จะ
สัพเพ สัตตา สุขี โหนตุ ปุญญานิ ปะกะตานิ เม
สุขัญจะ ติวิธัง เทนตุ ขิปปัง ปาเปถะ โว มะตัง

คำแปล

ด้วยบุญกรรมนี้ ขออุปัชฌาย์ผู้มีคุณยิ่ง อาจารย์ผู้มีอุปการะ พ่อแม่และญาติ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ผู้ปกครองบ้านเมือง ผู้มีคุณธรรมทั้งหลาย พรหม มาร พระอินทร์ ท้าวโลกบาลและเทวดา พญายม มิตร มนุษย์ทั่วไป ผู้เป็นกลาง และแม้ผู้เป็นศัตรู ขอสัตว์ทั้งปวงจงเป็นสุข ขอบุญที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ จงให้สุขสามประการแก่ท่านทั้งหลาย และขอท่านทั้งหลายจงถึงอมตธรรมโดยเร็ว

ความตั้งใจของผู้ทำบุญ

อิมินา ปุญญะกัมเมนะ อิมินา อุททิเสนะ จะ
ขิปปาหัง สุละเภ เจวะ ตัณหุปาทานะเฉทะนัง
เย สันตาเน หีนา ธัมมา ยาวะ นิพพานะโต มะมัง
นัสสันตุ สัพพะทา เยวะ ยัตถะ ชาโต ภะเว ภะเว
อุชุจิตตัง สะติปัญญา สัลเลโข วิริยัมหินา
มารา ละภันตุ โนกาสัง กาตุญจะ วิริเยสุ เม

คำแปล

ด้วยบุญกรรมนี้ และด้วยการอุทิศนี้ ขอข้าพเจ้าตัดตัณหาและอุปาทานได้โดยเร็ว สิ่งไม่ดีใดที่มีอยู่ในใจของข้าพเจ้า ตราบจนถึงนิพพาน ขอสิ่งเหล่านั้นจงสิ้นไปทุกเมื่อ ไม่ว่าข้าพเจ้าจะเกิดในภพใด ขอให้มีใจซื่อตรง มีสติและปัญญา มีความขัดเกลากิเลส และมีความเพียร ขอหมู่มารอย่าได้โอกาสมาขัดขวางความเพียรของข้าพเจ้า

ระลึกถึงที่พึ่ง

พุทธาธิปะวะโร นาโถ ธัมโม นาโถ วะรุตตะโม
นาโถ ปัจเจกะพุทโธ จะ สังโฆ นาโถตตะโร มะมัง
เตโสตตะมานุภาเวนะ มาโรกาสัง ละภันตุ มา
ทะสะปุญญานุภาเวนะ มาโรกาสัง ละภันตุ มา

คำแปล

พระพุทธเจ้าผู้เป็นใหญ่อันประเสริฐเป็นที่พึ่ง พระธรรมอันสูงสุดเป็นที่พึ่ง พระปัจเจกพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง พระสงฆ์เป็นที่พึ่งอันยอดเยี่ยมของข้าพเจ้า ด้วยอานุภาพอันสูงสุดของท่านเหล่านั้น ขอมารอย่าได้โอกาส ด้วยอานุภาพแห่งบุญสิบประการ ขอมารอย่าได้โอกาส

แปลด้วยเครื่องจากต้นฉบับ: ติโรกุฑฑสูตร (ขุททกปาฐะ 7) · บทอิมินาปุญญะกัมเมนะ บทสวดดั้งเดิม ไม่ปรากฏผู้แต่ง · นวโกวาท (ธรรมวิภาค / คิหิปฏิบัติ)