
กรณียเมตตสูตร บทสวดภาษาบาลีพร้อมคำแปลทีละบท ความประพฤติของผู้มุ่งสู่ความสงบ และการแผ่เมตตาไปยังสัตว์ทั้งปวง
กรณียเมตตสูตร คือพระสูตรว่าด้วยเมตตา ความปรารถนาดีต่อผู้อื่นและต่อสัตว์ทั้งปวง เป็นคาถาภาษาบาลีสิบบท อยู่ในสุตตนิบาต (Snp 1.8) และในขุททกปาฐะ เป็นบทหนึ่งในพระปริตรที่สวดกันมากที่สุดในประเทศที่นับถือพุทธศาสนาเถรวาท พระสูตรนี้บอกสองเรื่อง คือผู้ที่ต้องการเข้าถึงความสงบ ควรใช้ชีวิตอย่างไร และควรแผ่ความปรารถนาดีไปยังสัตว์ทุกชนิดอย่างไร โดยไม่ยกเว้นใครเลย ด้านล่างของหน้านี้คือบทสวดกรณียเมตตสูตรภาษาบาลี เขียนด้วยอักษรไทย พร้อมคำแปลทีละบท ส่วนด้านบนนี้อธิบายความหมาย เนื้อหาแต่ละช่วง โอกาสที่สวด และวิธีสวดให้เข้าใจ
กรณียเมตตสูตร คืออะไร ชื่อนี้มาจากไหน
ในพระไตรปิฎกฉบับบาลี พระสูตรนี้มีชื่อสั้น ๆ ว่า เมตตสูตร ชื่อที่ใช้กันทั่วไปเติมคำแรกของพระสูตรเข้าไป คือ กรณียะ แปลว่า สิ่งที่ควรทำ คาถาแรกขึ้นต้นว่า กะระณียะมัตถะกุสะเลนะ แปลว่า นี่คือสิ่งที่ผู้ฉลาดในประโยชน์ควรทำ ชื่อนี้ช่วยแยกบทสวดบทนี้ออกจากพระสูตรอื่นที่ว่าด้วยเมตตาเหมือนกัน ส่วนคำว่า เมตตา มาจากคำว่า มิตร คือความเป็นมิตร ความหวังดีแบบที่เพื่อนแท้มีให้กัน เมตตาไม่ใช่ความรักแบบผูกพัน และไม่ใช่การยอมทุกอย่าง แต่เป็นความต้องการให้อีกฝ่ายมีความสุขและปลอดภัย
เนื้อหาของกรณียเมตตสูตรแบ่งได้เป็นสี่ช่วง ช่วงแรก (คาถาที่ 1 ถึงครึ่งแรกของคาถาที่ 3) บอกคุณสมบัติของผู้ที่มุ่งสู่ความสงบ ช่วงที่สอง (ครึ่งหลังของคาถาที่ 3 ถึงคาถาที่ 6) คือคำแผ่เมตตาไปยังสัตว์ทั้งปวง ช่วงที่สาม (คาถาที่ 7 ถึง 9) เปรียบใจที่มีเมตตากับแม่ที่ปกป้องลูกคนเดียว และบอกให้รักษาใจนี้ไว้ในทุกอิริยาบถ ช่วงสุดท้าย (คาถาที่ 10) พาจากเมตตาไปสู่ปัญญา คือไม่ยึดความเห็น มีศีล เห็นถูกต้อง และละความติดใจในกามได้

ความประพฤติ 15 ประการก่อนการแผ่เมตตา
สิ่งที่หลายคนไม่ทันสังเกตคือ พระสูตรไม่ได้เริ่มที่การแผ่เมตตา แต่เริ่มที่การใช้ชีวิต ผู้ที่ต้องการเข้าถึงสันตบท คือสภาวะที่สงบ ควรมีคุณสมบัติสิบห้าข้อนี้
- สักโก เป็นผู้สามารถ ทำสิ่งที่ควรทำได้จริง
- อุชู ซื่อตรง
- สุหุชู ซื่อตรงอย่างยิ่ง ไม่มีเล่ห์
- สุวะโจ ว่าง่าย รับคำตักเตือนได้
- มุทุ อ่อนโยน
- อะนะติมานี ไม่ถือตัว
- สันตุสสะโก สันโดษ พอใจในสิ่งที่มี
- สุภะโร เลี้ยงง่าย ไม่เป็นภาระของผู้อื่น
- อัปปะกิจโจ มีธุระน้อย ไม่วุ่นกับเรื่องที่ไม่จำเป็น
- สัลละหุกะวุตติ ใช้ชีวิตเบา ไม่มีข้าวของรุงรัง
- สันตินทริโย มีอินทรีย์สงบ ตา หู และใจไม่วิ่งตามทุกสิ่ง
- นิปะโก มีปัญญารักษาตน รู้จักดูแลตัวเอง
- อัปปะคัพโภ ไม่คะนอง ไม่หยาบกระด้าง
- กุเลสุ อะนะนุคิทโธ ไม่ติดพันและไม่หวังผลจากครอบครัวที่ไปเยี่ยม
- ไม่ทำแม้สิ่งเล็กน้อยที่ผู้รู้จะติเตียนได้
บางข้อ เช่นการไม่ติดพันในครอบครัวที่ไปเยี่ยม ตรงกับชีวิตของนักบวชที่ออกบิณฑบาต แต่ใจความใช้ได้กับทุกคน คนที่โกหก เอาเปรียบ หรือวุ่นวายกับความอยากตลอดเวลา จะแผ่เมตตาด้วยปากได้ แต่ใจจะไม่สงบพอให้เมตตาเติบโต พระสูตรจึงวางพื้นของความประพฤติไว้ก่อน
คำแปลกรณียเมตตสูตร: ขอสัตว์ทั้งปวงจงเป็นสุข
สุขิโน วะ เขมิโน โหนตุ
สัพพะสัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตาขอสัตว์ทั้งหลายจงมีความสุข มีความปลอดภัย ขอสัตว์ทั้งปวงจงมีใจเป็นสุขเถิด
Snp 1.8
นี่คือหัวใจของบทสวด หลังจากนั้นพระสูตรไล่ไปทีละกลุ่มเพื่อไม่ให้ใครตกหล่น สัตว์ที่ยังหวั่นไหวและที่มั่นคงแล้ว ตัวยาว ตัวใหญ่ ขนาดกลาง ตัวสั้น ตัวเล็ก หรือตัวอ้วน ที่มองเห็นและมองไม่เห็น ที่อยู่ไกลและอยู่ใกล้ ที่เกิดแล้วและที่กำลังจะเกิด การไล่รายชื่อแบบนี้มีประโยชน์ในการภาวนา เพราะใจมักเลือกปรารถนาดีเฉพาะคนที่ชอบ เมื่อนึกถึงทีละกลุ่ม ใจจะค่อย ๆ ขยายออกไปจนรวมทุกชีวิต
คาถาที่ 6 บอกด้านกลับของเมตตา คือสิ่งที่ไม่ควรทำ ไม่หลอกลวงกัน ไม่ดูหมิ่นใครในที่ใด และแม้โกรธหรือขุ่นเคือง ก็ไม่ปรารถนาให้ใครเป็นทุกข์ คาถานี้ใช้ในชีวิตประจำวันได้ทันที เมื่อโกรธใคร ความโกรธอาจเกิดขึ้นได้ แต่เราเลือกได้ว่าจะไม่ต่อเติมมันจนกลายเป็นความอยากให้อีกฝ่ายเจ็บ
แม่ที่ปกป้องลูกคนเดียว: ใจที่ไม่มีขอบเขต
มาตา ยะถา นิยัง ปุตตัม
อายุสา เอกะปุตตะมะนุรักเข
เอวัมปิ สัพพะภูเตสุ
มานะสัง ภาวะเย อะปะริมาณังแม่ยอมสละแม้ชีวิตเพื่อปกป้องลูกคนเดียวของตนฉันใด พึงเจริญใจที่ไม่มีขอบเขตต่อสัตว์ทั้งปวงฉันนั้น
Snp 1.8
ภาพนี้เป็นภาพที่รู้จักกันมากที่สุดของพระสูตร จุดของการเปรียบอยู่ที่ความจริงใจและความไม่มีเงื่อนไขของความห่วงใย ไม่ใช่ความหวงแหน แม่ไม่ได้ปรารถนาดีต่อลูกเพราะลูกทำดีกับตน พระสูตรขอให้เจริญใจแบบนั้นต่อทุกชีวิต ทั้งเบื้องบน เบื้องล่าง และโดยรอบ เป็นใจที่ไม่คับแคบ ไม่มีเวร และไม่มีศัตรู แล้วรักษาสตินี้ไว้ไม่ว่ายืน เดิน นั่ง หรือนอน ตราบที่ยังไม่ง่วง พระสูตรเรียกการอยู่อย่างนี้ว่า พรหมวิหารในโลกนี้ เป็นคำเดียวกับที่ใช้เรียกพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา
คาถาสุดท้ายเปลี่ยนจากเมตตาไปสู่ปัญญา ผู้ที่ไม่ยึดติดความเห็น มีศีล ถึงพร้อมด้วยการเห็น และละความติดใจในกามได้ ย่อมไม่กลับมานอนในครรภ์อีก คาถานี้เตือนว่าเมตตาเป็นฐานที่ดีของใจ แต่เป้าหมายของทางพุทธคือการเห็นตามความจริงจนหลุดพ้น ผู้ที่ฝึกเมตตาจนใจสงบแล้ว จึงควรต่อไปสู่การเห็นความไม่เที่ยงของสิ่งทั้งปวง ตามแนวทางของวิปัสสนา
กรณียเมตตสูตร สวดตอนไหน
กรณียเมตตสูตรอยู่ในชุดพระปริตรทั้งเจ็ดตำนานและสิบสองตำนาน ซึ่งพระสงฆ์สวดในงานบุญ เช่น ทำบุญบ้าน ทำบุญวันเกิด และงานมงคลต่าง ๆ ผู้ที่สวดมนต์ที่บ้านก็มักสวดบทนี้ ช่วงเวลาที่เหมาะมีสามช่วง คือหลังสวดมนต์ไหว้พระตอนเช้า เพื่อตั้งใจดีก่อนเริ่มวัน ก่อนนอน เพื่อให้ใจสงบ และก่อนนั่งสมาธิเจริญเมตตา ไม่มีข้อกำหนดว่าต้องสวดเวลาใด เวลาที่เหมาะที่สุดคือเวลาที่ใจพร้อมจะใส่ใจความหมาย
อรรถกถา คือคำอธิบายรุ่นหลัง เล่าว่าพระพุทธเจ้าทรงสอนพระสูตรนี้แก่ภิกษุกลุ่มหนึ่งที่ไปภาวนาในป่า แล้วเกิดความหวาดกลัวจนอยู่ต่อไม่ได้ ทรงให้ท่านกลับไปพร้อมพระสูตรนี้ เพื่อสวดและเจริญเมตตา เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในตัวพระสูตร และถ้อยคำของพระสูตรเองพูดถึงการใช้ชีวิต และการปรารถนาดีต่อทุกชีวิต ไม่ได้สัญญาผลพิเศษใด ๆ จากการสวด
สวดกรณียเมตตสูตร 3 จบ 9 จบ และแบบย่อ
หลายคนสวดกรณียเมตตสูตร 3 จบ 9 จบ หรือมากกว่านั้นตามที่ตั้งใจไว้ เป็นธรรมเนียมที่ช่วยให้ใจอยู่กับบทสวดนานขึ้น พระสูตรเองไม่ได้กำหนดจำนวนจบ และไม่ได้กล่าวถึงผลของการสวดซ้ำ สิ่งที่ทำให้การสวดมีความหมายคือใจที่ปรารถนาดีจริงในขณะสวด ถ้าสวดหลายจบ ลองให้จบแรกเป็นการสวดพร้อมนึกถึงความหมาย แล้วจบต่อ ๆ ไปค่อย ๆ ช้าลง ให้ความรู้สึกปรารถนาดีชัดขึ้นทีละรอบ
ส่วนคนที่ค้นหาแบบย่อ ควรรู้ว่าพระสูตรนี้ไม่มีฉบับย่อที่เป็นทางการ ทั้งบทมีเพียงสิบคาถา ใช้เวลาสวดไม่กี่นาที ถ้าเวลาน้อยจริง ๆ จะสวดเพียงสองบรรทัดที่เป็นหัวใจ คือ สุขิโน วะ เขมิโน โหนตุ สัพพะสัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา ก็ได้ หรือใช้บทแผ่เมตตา ซึ่งเป็นบทสั้นอีกบทหนึ่งที่ใช้แผ่เมตตาโดยตรง
สวดอย่างเข้าใจความหมาย
- อ่านคำแปลของแต่ละคาถาด้านล่างก่อนสวดสักครั้ง ให้รู้ว่ากำลังพูดอะไร
- นั่งในท่าที่สบาย หายใจช้า ๆ สองสามครั้ง แล้วตั้งใจว่าจะปรารถนาดีต่อผู้อื่น
- สวดช้า ๆ ชัด ๆ ระหว่างคาถาที่ 1 ถึง 3 ให้ทบทวนว่าวันนี้ตนเองใช้ชีวิตตามคุณสมบัติเหล่านั้นได้แค่ไหน
- เมื่อถึงคาถาที่ 3 ถึง 5 ให้นึกถึงสัตว์แต่ละกลุ่มจริง ๆ คนในบ้าน คนที่ไม่รู้จัก และสัตว์เล็ก ๆ รอบตัว
- เมื่อสวดจบ นั่งเงียบ ๆ สักสองสามนาที ปล่อยให้ความรู้สึกปรารถนาดีอยู่ในใจ ถ้าต้องการฝึกต่อ อ่านวิธีเจริญเมตตาภาวนา
- ระหว่างวัน ใช้คาถาที่ 6 เป็นเครื่องเตือนใจ ไม่หลอก ไม่ดูหมิ่น และไม่ปรารถนาให้ใครทุกข์ แม้ในยามโกรธ
พระสูตรนี้สอนว่าเมตตาไม่ใช่คำพูดที่ท่องให้ครบ แต่เป็นทั้งวิธีใช้ชีวิตและสภาพใจที่ฝึกได้ การสวดเป็นเพียงประตูบานแรก ส่วนการไม่ทำร้าย ไม่หลอกลวง และการปรารถนาดีแม้ต่อคนที่เราไม่ชอบ คือสิ่งที่ทำให้เมตตาเติบโตขึ้นจริง
พระสูตรฉบับแปล
กะระณียะมัตถะกุสะเลนะ
ยันตะ สันตัง ปะทัง อะภิสะเมจจะ
สักโก อุชู จะ สุหุชู จะ
สูวะโจ จัสสะ มุทุ อะนะติมานี
คำแปล
ผู้ฉลาดในประโยชน์ เมื่อมุ่งสู่ทางแห่งความสงบ พึงเป็นผู้สามารถ ซื่อตรง ซื่อตรงอย่างยิ่ง ว่าง่าย อ่อนโยน ไม่ถือตัว
สันตุสสะโก จะ สุภะโร จะ
อัปปะกิจโจ จะ สัลละหุกะวุตติ
สันตินทริโย จะ นิปะโก จะ
อัปปะคัพโภ กุเลสวะนะนุคิทโธ
คำแปล
พึงเป็นผู้สันโดษ เลี้ยงง่าย มีธุระน้อย ใช้ชีวิตเบาสบาย มีอินทรีย์สงบ มีปัญญารักษาตน ไม่คะนอง ไม่ติดพันในตระกูลทั้งหลาย
นะ จะ ขุททะมาจะเร กิญจิ
เยนะ วิญญู ปะเร อุปะวะเทยยุง
สุขิโน วะ เขมิโน โหนตุ
สัพพะสัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา
คำแปล
ไม่พึงทำสิ่งใดแม้เพียงเล็กน้อยที่ผู้รู้จะติเตียนได้ ขอสัตว์ทั้งปวงจงเป็นสุข ปลอดภัย และมีใจเป็นสุขเถิด
เย เกจิ ปาณะภูตัตถิ
ตะสา วา ถาวะรา วะนะวะเสสา
ทีฆา วา เย วะ มะหันตา
มัชฌิมา รัสสะกา อะณุกะถูลา
คำแปล
สัตว์มีชีวิตทั้งหลายเท่าที่มี ไม่เว้นเลย จะอ่อนแอหรือมั่นคง ตัวยาวหรือใหญ่ ปานกลาง สั้น เล็ก หรืออ้วนก็ตาม
ทิฏฐา วา เย วะ อะทิฏฐา
เย วะ ทูเร วะสันติ อะวิทูเร
ภูตา วะ สัมภะเวสี วะ
สัพพะสัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา
คำแปล
จะเห็นได้หรือมองไม่เห็น อยู่ไกลหรืออยู่ใกล้ เกิดแล้วหรือกำลังจะเกิด ขอสัตว์ทั้งปวงจงมีใจเป็นสุขเถิด
นะ ปะโร ปะรัง นิกุพเพถะ
นาติมัญเญถะ กัตถะจิ นะ กัญจิ
พยาโรสะนา ปะฏิฆะสัญญะ
นาญญะมัญญัสสะ ทุกขะมิจเฉยยะ
คำแปล
ไม่พึงหลอกลวงกัน ไม่พึงดูหมิ่นใครในที่ใด ๆ แม้โกรธหรือขุ่นเคืองก็ไม่พึงปรารถนาให้กันและกันเป็นทุกข์
มาตา ยะถา นิยัง ปุตตัม
อายุสา เอกะปุตตะมะนุรักเข
เอวัมปิ สัพพะภูเตสุ
มานะสัง ภาวะเย อะปะริมาณัง
คำแปล
เหมือนแม่ยอมสละชีวิตปกป้องลูกคนเดียวของตน พึงเจริญใจอันไม่มีขอบเขตต่อสัตว์ทั้งปวงเช่นนั้น
เมตตัญจะ สัพพะโลกัสมิ
มานะสัง ภาวะเย อะปะริมาณัง
อุทธัง อะโธ จะ ติริยัญจะ
อะสัมพาธัง อะเวระมะสะปัตตัง
คำแปล
พึงเจริญเมตตาต่อโลกทั้งปวง ด้วยใจอันไม่มีขอบเขต ทั้งเบื้องบน เบื้องล่าง และโดยรอบ ไม่คับแคบ ไม่มีเวร ไม่มีศัตรู
ติฏฐัง จะรัง นิสินโน วะ
สะยาโน ยาวะตาสสะ วิตะมิทโธ
เอตัง สะติง อะธิฏเฐยยะ
พรัหมะเมตัง วิหาระมิธะมาหุ
คำแปล
ไม่ว่ายืน เดิน นั่ง หรือนอน ตราบใดที่ยังไม่ง่วงงุน พึงตั้งสตินี้ไว้ ท่านเรียกการอยู่เช่นนี้ว่าเป็นพรหมวิหารในที่นี้
ทิฏฐิญจะ อะนุปัคคัมมะ
สีละวา ทัสสะเนนะ สัมปันโน
กาเมสุ วินะยะ เคธัง
นะ หิ ชาตุคคัพภะเสยยะ ปุนะเรตี ติ
คำแปล
ผู้ไม่ถือความเห็นผิด มีศีล ถึงพร้อมด้วยความเห็น ละความยินดีในกามได้ ย่อมไม่กลับมาเกิดในครรภ์อีก
แปลด้วยเครื่องจากต้นฉบับ: กรณียเมตตสูตร (SNP 1.8) · อรรถกถาสุตตนิบาต (ปรมัตถโชติกา)
อ่านต่อ

บทแผ่เมตตา ให้ตัวเอง ผู้อื่น และสรรพสัตว์ พร้อมคำแปล
บทแผ่เมตตาภาษาบาลีพร้อมคำแปล ให้ตัวเอง ให้ผู้อื่นและสัตว์ทั้งปวง (สัพเพ สัตตา) ต่อด้วยกรุณา มุทิตา อุเบกขา และวิธีแผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวร

พรหมวิหาร 4 คืออะไร มีอะไรบ้าง: เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
พรหมวิหาร 4 คือเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ความหมายตามนวโกวาท ตัวอย่างในชีวิตประจำวัน แนวทางปฏิบัติ และประโยชน์ตามพระสูตร

พระปริตร สิบสองตำนาน บทชุมนุมเทวดาพร้อมคำแปล
บทชุมนุมเทวดาที่สวดก่อนพระปริตรทั้งสิบสองตำนานและเจ็ดตำนาน พร้อมคำแปล พระปริตรสิบสองตำนาน ได้แก่ มงคลสูตร รัตนสูตร กรณียเมตตสูตร ขันธปริตร โมรปริตร วัฏฏกปริตร ธชัคคสูตร อาฏานาฏิยปริตร อังคุลิมาลปริตร โพชฌังคปริตร อภยปริตร และชัยปริตร