Vipassana Info EN

หน้าแรก · บทสวดมนต์

บทสวดอิติปิโส พร้อมคำแปล พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ

บทสวดอิติปิโส ภาษาบาลีพร้อมคำอ่านและคำแปล พระพุทธคุณ 9 พระธรรมคุณ 6 พระสังฆคุณ 9 ที่มาในพระสูตร และการสวด 3 จบ 9 จบ 108 จบ

บทสวดอิติปิโส คือบทระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย ขึ้นต้นด้วยคำว่า อิติปิ โส ภะคะวา ประกอบด้วยสามส่วน คือ พระพุทธคุณ 9 ประการ พระธรรมคุณ 6 ประการ และพระสังฆคุณ 9 ประการ รวม 24 ประการ ต่างจากบทสวดหลายบทที่แต่งขึ้นในยุคหลัง ถ้อยคำของอิติปิโสอยู่ในพระไตรปิฎกเอง และพบในพระสูตรหลายแห่ง ด้านล่างคือบทสวดอิติปิโสเต็มบท ภาษาบาลีพร้อมคำอ่านและคำแปล ตามด้วยความหมายของพระพุทธคุณทีละข้อ ส่วนนี้อธิบายความหมายของชื่อ ที่มาในพระสูตร ความหมายของพระธรรมคุณและพระสังฆคุณ การสวดหลายจบ และการใช้บทนี้ฝึกใจ

บทสวดอิติปิโส คืออะไร

ชื่ออิติปิโสมาจากสามคำแรกของบท อิติ แปลว่า อย่างนี้ ปิ แปลว่า แม้ หรือ ด้วย และ โส แปลว่า พระองค์นั้น ประโยคเต็มว่า อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง แปลได้ว่า เพราะเหตุอย่างนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นเป็นพระอรหันต์ แล้วไล่เรียงคุณต่อไปทีละข้อ คำขึ้นต้นนี้บอกว่าบทนี้ไม่ใช่คำขอ แต่เป็นการทบทวนว่าพระพุทธเจ้าเป็นผู้เช่นไร และเพราะเหตุใดจึงควรเคารพ

นวโกวาท ตำราธรรมชั้นต้นที่ใช้สอนกันมานาน สรุปคุณของพระรัตนตรัยไว้สั้น ๆ ถ้อยคำในนวโกวาทมีดังนี้

  • พระพุทธเจ้ารู้ดีรู้ชอบด้วยพระองค์เองก่อนแล้ว สอนผู้อื่นให้รู้ตามด้วย.
  • พระธรรมย่อมรักษาผู้ปฏิบัติไม่ให้ตกไปในที่ชั่ว.
  • พระสงฆ์ปฏิบัติชอบตามคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว สอนผู้อื่นให้กระทำตามด้วย.

บทสวดอิติปิโสขยายสามข้อนี้ออกเป็น 24 ประการ ข้อแรกตรงกับพระพุทธคุณ เช่น สัมมาสัมพุทโธ ผู้ตรัสรู้เองโดยชอบ และ สัตถา เทวะมะนุสสานัง ผู้เป็นครูของเทวดาและมนุษย์ ข้อที่สองตรงกับพระธรรมคุณ และข้อที่สามตรงกับพระสังฆคุณ ที่ว่าสงฆ์ปฏิบัติดี ปฏิบัติตรง

มือของผู้ปฏิบัติในชุดขาวถือลูกประคำไม้
มือของผู้ปฏิบัติในชุดขาวถือลูกประคำไม้

ที่มาของบทสวดอิติปิโสในพระสูตร

ในมหานามสูตร (อังคุตตรนิกาย 6.10) เจ้าศากยะชื่อมหานามะทูลถามพระพุทธเจ้าว่า อริยสาวกผู้เข้าใจคำสอนแล้ว มักอยู่ด้วยธรรมข้อใด พระองค์ตรัสว่าอริยสาวกระลึกถึงพระตถาคตด้วยถ้อยคำ อิติปิ โส ภะคะวา ชุดเดียวกับที่สวดกันทุกวันนี้ แล้วตรัสถึงผลของการระลึกนั้นต่อใจว่า

ยัสมิง มะหานามะ สะมะเย อะริยะสาวะโก ตะถาคะตัง อะนุสสะระติ
เนวัสสะ ตัสมิง สะมะเย ราคะปะริยุฏฐิตัง จิตตัง โหติ
นะ โทสะปะริยุฏฐิตัง จิตตัง โหติ
นะ โมหะปะริยุฏฐิตัง จิตตัง โหติ
อุชุคะตะเมวัสสะ ตัสมิง สะมะเย จิตตัง โหติ ตะถาคะตัง อารัพภะ

มหานามะ ในเวลาใดที่อริยสาวกระลึกถึงพระตถาคต ในเวลานั้นใจของเขาไม่ถูกราคะครอบงำ ไม่ถูกโทสะครอบงำ ไม่ถูกโมหะครอบงำ ในเวลานั้นใจของเขาตั้งตรง โดยมีพระตถาคตเป็นที่ตั้ง

AN 6.10

พระสูตรเดียวกันกล่าวต่อว่า ใจที่ตั้งตรงเช่นนี้ได้ความเข้าใจในความหมายและในธรรม เกิดความเบิกบาน เกิดปีติ กายสงบ มีสุข และใจตั้งมั่นเป็นสมาธิ จากนั้นพระองค์ตรัสถึงการระลึกถึงพระธรรมและพระสงฆ์ ด้วยถ้อยคำของพระธรรมคุณและพระสังฆคุณในลักษณะเดียวกัน นี่คือเหตุที่บทสวดอิติปิโสมีสามส่วน

อีกพระสูตรหนึ่งคือธชัคคสูตร (สังยุตตนิกาย 11.3) พระพุทธเจ้าตรัสกับภิกษุว่า ถ้าอยู่ในป่า ใต้ต้นไม้ หรือในเรือนว่าง แล้วเกิดความกลัว ให้ระลึกถึงพระองค์ด้วยถ้อยคำ อิติปิ โส ภะคะวา ถ้าระลึกถึงพระองค์ไม่ได้ ให้ระลึกถึงพระธรรม ถ้าระลึกถึงพระธรรมไม่ได้ ให้ระลึกถึงพระสงฆ์ พระสูตรกล่าวว่าความกลัวและความหวาดหวั่นจะหายไป ซึ่งเป็นเรื่องของใจที่สงบลงเมื่อมีที่ตั้งที่มั่นคง

พระธรรมคุณ 6 ประการ

คำแปลในบทสวดด้านล่างแปลพระธรรมคุณรวมไว้ในบทเดียว ส่วนนี้อธิบายทีละข้อ

  • สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม พระธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว ถูกต้อง ครบถ้วน และเข้าใจได้
  • สันทิฏฐิโก ผู้ปฏิบัติเห็นผลได้เองในชีวิตนี้ ไม่ต้องเชื่อตามคำบอกเล่า
  • อะกาลิโก ไม่จำกัดด้วยกาลเวลา ปฏิบัติเมื่อใดก็ให้ผลเมื่อนั้น
  • เอหิปัสสิโก เชิญให้มาดู มาพิสูจน์ได้ เพราะเป็นของจริง
  • โอปะนะยิโก ควรน้อมเข้ามาใส่ตน คือนำมาปฏิบัติในชีวิตของตนเอง ไม่ใช่เพียงรู้ไว้
  • ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ วิญญูชนรู้ได้เฉพาะตน ไม่มีใครรู้แทนกันได้

พระสังฆคุณ 9 ประการ

สงฆ์ในบทนี้หมายถึงสาวกสงฆ์ของพระผู้มีพระภาคเจ้า ซึ่งบทสวดระบุเองว่าคือ บุคคลสี่คู่ นับรายบุคคลได้แปด หมายถึงผู้ที่อยู่ในมรรคและผู้ที่บรรลุผลในสี่ระดับ คือ โสดาบัน สกทาคามี อนาคามี และอรหันต์ คือผู้ที่ได้เห็นธรรมแล้ว ไม่ได้หมายถึงผู้ครองจีวรทุกรูป คุณเก้าประการมีดังนี้

  • สุปะฏิปันโน ปฏิบัติดี
  • อุชุปะฏิปันโน ปฏิบัติตรง ไม่คดโกง ไม่อ้อมค้อม
  • ญายะปะฏิปันโน ปฏิบัติถูกทาง เพื่อรู้ธรรมและพ้นทุกข์
  • สามีจิปะฏิปันโน ปฏิบัติสมควร จึงควรแก่ความเคารพ
  • อาหุเนยโย ควรแก่ของที่นำมาถวาย
  • ปาหุเนยโย ควรแก่การต้อนรับอย่างแขกผู้มีเกียรติ
  • ทักขิเณยโย ควรแก่ของทำบุญ
  • อัญชะลีกะระณีโย ควรแก่การประนมมือไหว้
  • อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสะ เป็นนาบุญของโลกที่ไม่มีนาบุญใดยิ่งกว่า

คุณสี่ข้อแรกพูดถึงการปฏิบัติ คุณห้าข้อหลังพูดถึงสิ่งที่ตามมา คือการเป็นผู้ควรแก่การบูชาและการทำบุญ ลำดับนี้บอกว่าความเคารพมาจากการปฏิบัติ ไม่ใช่จากตำแหน่ง

บทสวดอิติปิโส 1 จบ 3 จบ 9 จบ และ 108 จบ

คำว่า 1 จบ ของอิติปิโส นับได้สองแบบ บางคนนับเฉพาะส่วนพระพุทธคุณ ตั้งแต่ อิติปิ โส จนถึง พุทโธ ภะคะวาติ เป็นหนึ่งจบ บางคนนับทั้งสามส่วนรวมกันเป็นหนึ่งจบ ทั้งสองแบบใช้ได้ เลือกแบบใดแบบหนึ่งแล้วนับแบบนั้นตลอด

หลายคนสวด 3 จบ หรือ 9 จบทุกวันเป็นธรรมเนียม บางคนสวด 19 จบ หรือ 108 จบในวันสำคัญ โดยใช้ลูกประคำ 108 เม็ดช่วยนับ ตัวเลขเหล่านี้เป็นธรรมเนียมที่สืบกันมา ไม่ได้มาจากพระสูตร มหานามสูตรพูดถึงสภาพของใจในขณะที่ระลึก ไม่ได้พูดถึงจำนวนรอบ หน้านี้จึงไม่บอกว่าสวดกี่จบแล้วจะได้อะไร สิ่งที่พระสูตรบอกคือ ขณะที่ใจอยู่กับพระพุทธคุณจริง ๆ ใจนั้นปลอดจากความโลภ ความโกรธ และความหลง ยิ่งใจอยู่กับความหมายนานเท่าไร ช่วงเวลาเช่นนั้นก็ยิ่งยาวขึ้น

ถ้าจะสวด 108 จบ ให้แบ่งเป็นช่วง เช่น สี่ช่วง ช่วงละ 27 จบ พักหายใจสบาย ๆ ระหว่างช่วง จะสวดเสียงเบาหรือสวดในใจก็ได้ ถ้ารู้สึกว่าเริ่มท่องเร็วจนไม่รู้ความหมาย ให้ช้าลง จำนวนรอบที่น้อยลงแต่รู้ตัวตลอด ตรงกับคำสอนในพระสูตรมากกว่า

บทสวดอิติปิโส พาหุง มหากา และชินบัญชร

อิติปิโสมักเป็นบทแรกของชุดบทสวดให้พร ตามด้วยบทสวดพาหุง ซึ่งเล่าชัยชนะแปดครั้งของพระพุทธเจ้า และชัยปริตร ที่ขึ้นต้นว่า มหาการุณิโก นาโถ ซึ่งมักเรียกสั้น ๆ ว่า มหากา หลายคนสวดคาถาชินบัญชรต่อท้าย ลำดับนี้ไปจากการระลึกถึงคุณ ไปสู่ชัยชนะที่คุณเหล่านั้นนำมา แล้วจึงถึงคำอวยพร

สวดอิติปิโสเพื่อเจริญพุทธานุสสติ

การระลึกถึงพระพุทธคุณเรียกว่า พุทธานุสสติ เป็นหนึ่งในกรรมฐาน 40 นวโกวาทเรียงอนุสสติสามข้อแรกไว้ด้วยถ้อยคำดังนี้

  • พุทธานุสสติ ระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า.
  • ธัมมานุสสติ ระลึกถึงคุณของพระธรรม.
  • สังฆานุสสติ ระลึกถึงคุณของพระสงฆ์.

วิธีใช้บทสวดอิติปิโสฝึกใจอย่างง่าย คือ สวดช้า ๆ หนึ่งจบ แล้วเลือกคุณข้อเดียว เช่น อะระหัง ผู้ไกลจากกิเลส นั่งนึกถึงความหมายของข้อนั้นสักครู่ ว่าการไกลจากความโลภ ความโกรธ และความหลงเป็นอย่างไร เมื่อใจเริ่มลอยก็กลับมาที่คำนั้น บางคนบริกรรมคำว่า พุทโธ ในใจไปพร้อมลมหายใจ ซึ่งเป็นพระพุทธคุณข้อหนึ่งในบทนี้ การสวดแบบนี้ทำให้บทสวดไม่เป็นเพียงเสียงที่คุ้นหู แต่เป็นที่ที่ใจได้พักและได้เรียนรู้ ดูท่านั่งที่สบายได้ในวิธีนั่งสมาธิ

บทสวด

พระพุทธคุณ

อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ
วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู
อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ
สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ

คำแปล

เพราะเหตุอย่างนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้ชอบได้ด้วยพระองค์เอง ถึงพร้อมด้วยความรู้และความประพฤติ เสด็จไปดีแล้ว รู้แจ้งโลก เป็นผู้ฝึกคนที่ควรฝึกได้อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า เป็นครูของเทวดาและมนุษย์ เป็นผู้ตื่นรู้ และเป็นผู้มีพระภาค

พระธรรมคุณ

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม
สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก
โอปะเนยยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติ

คำแปล

พระธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว ผู้ปฏิบัติเห็นผลได้เอง ให้ผลไม่ขึ้นกับกาลเวลา ชวนให้มาพิสูจน์ดูได้ ควรน้อมเข้ามาใส่ตน วิญญูชนพึงรู้ได้ด้วยตนเอง

พระสังฆคุณ

สุปปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
อุชุปปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
ญายัปปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
สามีจิปปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา
เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย อัญชะลิกะระณีโย
อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ

คำแปล

หมู่สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ปฏิบัติดี ปฏิบัติตรง ปฏิบัติถูกทางเพื่อรู้ธรรม ปฏิบัติสมควร ได้แก่บุคคลสี่คู่ นับรายบุคคลได้แปด หมู่สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้านี้ ควรแก่ของที่นำมาบูชา ควรแก่การต้อนรับ ควรแก่ของทำบุญ ควรแก่การประนมมือไหว้ เป็นนาบุญที่ไม่มีนาใดยิ่งกว่าสำหรับโลก

พระพุทธคุณข้อ 1 อะระหัง

อะระหัง

คำแปล

อะระหัง ผู้ไกลจากกิเลส ทำลายกิเลสได้หมดสิ้น จึงควรแก่การเคารพบูชา

พระพุทธคุณข้อ 2 สัมมาสัมพุทโธ

สัมมาสัมพุทโธ

คำแปล

สัมมาสัมพุทโธ ผู้ตรัสรู้ความจริงได้อย่างถูกต้องด้วยพระองค์เอง โดยไม่มีใครสอน

พระพุทธคุณข้อ 3 วิชชาจะระณะสัมปันโน

วิชชาจะระณะสัมปันโน

คำแปล

วิชชาจะระณะสัมปันโน ผู้สมบูรณ์ทั้งความรู้แจ้งและความประพฤติ รู้อย่างไรก็ประพฤติอย่างนั้น

พระพุทธคุณข้อ 4 สุคะโต

สุคะโต

คำแปล

สุคะโต ผู้ไปดีแล้ว ดำเนินไปในทางที่ดีสู่จุดหมายที่ดี และพูดแต่สิ่งที่จริงและมีประโยชน์

พระพุทธคุณข้อ 5 โลกะวิทู

โลกะวิทู

คำแปล

โลกะวิทู ผู้รู้แจ้งโลก รู้จักสัตว์ทั้งหลาย รู้จักโลกที่สัตว์อาศัยอยู่ และรู้ทางออกจากโลก

พระพุทธคุณข้อ 6 อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ

อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ

คำแปล

อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ ผู้ฝึกคนที่ฝึกได้ เหมือนสารถีฝึกม้า ไม่มีผู้ฝึกคนใดเหนือกว่า

พระพุทธคุณข้อ 7 สัตถา เทวะมะนุสสานัง

สัตถา เทวะมะนุสสานัง

คำแปล

สัตถา เทวะมะนุสสานัง ครูผู้สอนทั้งเทวดาและมนุษย์

พระพุทธคุณข้อ 8 พุทโธ

พุทโธ

คำแปล

พุทโธ ผู้รู้ ผู้ตื่นจากความหลง และปลุกผู้อื่นให้ตื่นตาม

พระพุทธคุณข้อ 9 ภะคะวา

ภะคะวา

คำแปล

ภะคะวา ผู้มีโชค ผู้ควรแก่ความเคารพ ผู้จำแนกแจกแจงธรรมให้ผู้อื่นเข้าใจ

แปลด้วยเครื่องจากต้นฉบับ: มหานามสูตร (อังคุตตรนิกาย 6.10) · ธชัคคสูตร (สังยุตตนิกาย 11.3) · นวโกวาท (ธรรมวิภาค / คิหิปฏิบัติ)