
พระไตรปิฎกคือคัมภีร์คำสอนของพระพุทธเจ้า แบ่งเป็นพระวินัย พระสุตตันตะ และพระอภิธรรม พร้อมประวัติการสืบทอดและวิธีเริ่มอ่าน
พระไตรปิฎกคือคัมภีร์ของพุทธศาสนาเถรวาท รวบรวมคำสอนของพระพุทธเจ้าและพระสาวกตามที่จดจำ สวดท่อง และในที่สุดจารึกไว้เป็นภาษาบาลี พระไตรปิฎกเป็นชุดคำสอนยุคแรกของพระพุทธเจ้าที่สมบูรณ์ที่สุดซึ่งยังเหลืออยู่ในภาษาอินเดียโบราณ คำว่าไตรปิฎกแปลว่า ตะกร้าสามใบ ได้แก่ พระวินัยปิฎก ว่าด้วยข้อฝึกของภิกษุและภิกษุณี พระสุตตันตปิฎก ว่าด้วยพระธรรมเทศนา และพระอภิธรรมปิฎก ว่าด้วยการวิเคราะห์จิตและรูปอย่างเป็นระบบ เพราะบันทึกด้วยภาษาบาลี จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าพระไตรปิฎกบาลี หน้านี้อธิบายว่าแต่ละปิฎกมีอะไรบ้าง พระไตรปิฎกสืบทอดมาด้วยความจำและการจารึกอย่างไร อรรถกถาเกี่ยวข้องกับพระไตรปิฎกอย่างไร และผู้เริ่มต้นควรอ่านจากตรงไหน
พระไตรปิฎกคืออะไร
ไตร แปลว่าสาม ปิฎก แปลว่าตะกร้า และขยายความว่าหมวดหรือชุดของคัมภีร์ ตะกร้าแต่ละใบบรรจุคัมภีร์คนละประเภท ในภาษาอังกฤษพบทั้งรูปบาลี Tipitaka และรูปสันสกฤต Tripitaka ส่วนคำว่าบาลีเอง เดิมหมายถึงตัวบท คือถ้อยคำในพระไตรปิฎกซึ่งแยกจากคำอธิบาย ต่อมาจึงกลายเป็นชื่อของภาษา ภาษาบาลีเป็นภาษาอินเดียยุคกลาง ใกล้เคียงกับภาษาที่พูดกันในอินเดียตอนเหนือสมัยพุทธกาล ฝ่ายเถรวาทถือว่าเป็นภาษามาคธี ภาษาของแคว้นมคธ ซึ่งพระพุทธเจ้าประทับอยู่เป็นเวลานาน
พระพุทธเจ้าเองทรงเรียกสิ่งที่ทรงสอนว่า ธรรมวินัย คือคำสอนและข้อฝึก ในมหาปรินิพพานสูตร พระองค์ตรัสกับพระอานนท์ว่า เมื่อพระองค์ล่วงลับไปแล้ว บางคนอาจคิดว่าพวกตนไม่มีครูอีกแล้ว แต่ไม่ควรมองอย่างนั้น แล้วตรัสว่า
โย โว อานันทะ มะยา ธัมโม จะ วินะโย จะ เทสิโต ปัญญัตโต
โส โว มะมัจจะเยนะ สัตถาอานนท์ ธรรมและวินัยที่เราแสดงและบัญญัติไว้แก่พวกเธอ หลังจากเราล่วงลับไป ธรรมและวินัยนั้นจะเป็นครูของพวกเธอ
DN 16
พระไตรปิฎกคือบันทึกของคำสอนและข้อฝึกนั้น ตามที่นับกันมาแต่โบราณ เนื้อหาของพระไตรปิฎกมี 84,000 พระธรรมขันธ์ แบ่งเป็นพระวินัย 21,000 พระสุตตันตะ 21,000 และพระอภิธรรม 42,000 พระธรรมขันธ์ เมื่อพิมพ์เป็นเล่ม พระไตรปิฎกภาษาบาลีฉบับอักษรไทยมี 45 เล่ม เป็นพระวินัย 8 เล่ม พระสุตตันตะ 25 เล่ม และพระอภิธรรม 12 เล่ม ฉบับอื่นแบ่งเล่มต่างกันไป

พระวินัยปิฎก: ข้อฝึกของนักบวช
พระวินัยปิฎกรวบรวมระเบียบของหมู่สงฆ์ และเรื่องราวว่าแต่ละข้อเกิดขึ้นได้อย่างไร สิกขาบทเกือบทุกข้อเริ่มจากเหตุการณ์จริง คือมีภิกษุหรือภิกษุณีทำสิ่งที่ก่อความเสียหายหรือถูกติเตียน เรื่องถูกนำไปกราบทูลพระพุทธเจ้า แล้วพระองค์จึงทรงบัญญัติสิกขาบท และหลายข้อก็ทรงปรับแก้ภายหลัง พระวินัยจึงเป็นภาพชีวิตประจำวันของหมู่สงฆ์ยุคแรกที่มีชีวิตชีวา ส่วนสำคัญมีดังนี้
- สุตตวิภังค์ การวิเคราะห์สิกขาบทในพระปาติโมกข์ ของภิกษุ 227 ข้อ และของภิกษุณี 311 ข้อ พร้อมเรื่องที่มาของแต่ละข้อและคำอธิบายทีละคำ
- ขันธกะ ได้แก่ มหาวรรคและจุลวรรค ว่าด้วยการอุปสมบท การสวดพระปาติโมกข์ทุกกึ่งเดือน การจำพรรษา จีวร ยารักษาโรค การระงับข้อพิพาท และเรื่องการสังคายนาสองครั้งแรก
- ปริวาร บทสรุปและคู่มือทบทวนพระวินัยทั้งหมด
ในพระไตรปิฎกฉบับที่ใช้ในไทยและเมียนมา พระวินัยปิฎกพิมพ์เป็นห้าคัมภีร์ คือ ปาราชิก ปาจิตตีย์ มหาวรรค จุลวรรค และปริวาร
พระสุตตันตปิฎกและนิกายทั้งห้า
สำหรับผู้อ่านส่วนใหญ่ พระสุตตันตปิฎกคือหัวใจของพระไตรปิฎก เพราะรวบรวมพระธรรมเทศนาที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุ ภิกษุณี ฆราวาส พราหมณ์ และนักบวชนอกศาสนา รวมทั้งบางสูตรที่พระสาวกผู้ใหญ่ เช่น พระสารีบุตร เป็นผู้แสดง จัดเป็นห้านิกาย คือ
- ทีฆนิกาย หมวดพระสูตรขนาดยาว มี 34 สูตร เช่น มหาปรินิพพานสูตร ซึ่งเล่าถึงช่วงเดือนสุดท้ายของพระพุทธเจ้า
- มัชฌิมนิกาย หมวดพระสูตรขนาดกลาง มี 152 สูตร เช่น สติปัฏฐานสูตร ว่าด้วยการตั้งสติ (MN 10)
- สังยุตตนิกาย หมวดพระสูตรที่จัดกลุ่มตามเรื่อง มีพระสูตรสั้น ๆ หลายพันสูตร เช่น เรื่องขันธ์ ปฏิจจสมุปบาท และอริยสัจ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ซึ่งเป็นปฐมเทศนา อยู่ในหมวดนี้ (SN 56.11)
- อังคุตตรนิกาย หมวดพระสูตรที่จัดตามจำนวนหัวข้อธรรม ตั้งแต่หมวดหนึ่งไปจนถึงหมวดสิบเอ็ด
- ขุททกนิกาย หมวดคัมภีร์ย่อย มี 15 ถึง 18 คัมภีร์แล้วแต่ฉบับ เช่น ธรรมบท อุทาน อิติวุตตกะ สุตตนิบาต เถรคาถาและเถรีคาถา และชาดก
พระอภิธรรมปิฎก 7 คัมภีร์
พระอภิธรรมปิฎกกล่าวคำสอนอีกครั้งด้วยภาษาที่แม่นยำและเป็นศัพท์เฉพาะ แทนที่จะพูดถึง ฉัน และ เธอ ก็พูดถึงขณะจิต เจตสิก (สภาพที่เกิดร่วมกับจิต) และรูปธรรม รวมทั้งการที่สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยแก่กัน ฝ่ายเถรวาทถือว่าพระพุทธเจ้าทรงแสดงพระอภิธรรม และพระสารีบุตรเป็นผู้สืบทอด ส่วนนักประวัติศาสตร์มองว่าคัมภีร์เหล่านี้เป็นการเรียบเรียงหมวดธรรมในพระสูตรอย่างเป็นระบบในยุคต่อมา มีเจ็ดคัมภีร์ คือ
- ธัมมสังคณี จัดหมวดธรรมทั้งปวงเป็นกุศล อกุศล และอัพยากฤต คือไม่เป็นทั้งสองอย่าง
- วิภังค์ วิเคราะห์หัวข้อธรรมโดยละเอียด เช่น ขันธ์ อายตนะ ธาตุ และสัจจะ
- ธาตุกถา แสดงว่าธรรมแต่ละอย่างสัมพันธ์กับขันธ์ อายตนะ และธาตุอย่างไร
- ปุคคลปัญญัติ บุคคลประเภทต่าง ๆ จำแนกตามคุณสมบัติ
- กถาวัตถุ การโต้แย้งเพื่อปฏิเสธความเห็นที่พระเถระฝ่ายเถรวาทถือว่าผิด ตามที่สืบทอดกันมา รวบรวมขึ้นในการสังคายนาครั้งที่สาม
- ยมก ตั้งคำถามเป็นคู่ ๆ เพื่อกำหนดความหมายของศัพท์ให้แน่นอน
- ปัฏฐาน ปัจจัย 24 ประการที่ธรรมทั้งหลายสัมพันธ์กัน เป็นคัมภีร์ที่ใหญ่ที่สุดในเจ็ดคัมภีร์
บทเริ่มต้นของทั้งเจ็ดคัมภีร์คือบทสวดพระอภิธรรมที่มักได้ยินในงานศพ อ่านพร้อมคำแปลได้ที่หน้าบทสวดพระอภิธรรม 7 คัมภีร์
การรักษาพระไตรปิฎก: สังคายนาและการท่องจำ
ในช่วงหลายร้อยปีแรก พระไตรปิฎกมีอยู่ในความจำเท่านั้น พระภิกษุท่องจำคัมภีร์และสวดพร้อมกัน พระสูตรจึงเต็มไปด้วยวลีที่ซ้ำ ข้อความที่ย้ำ และหมวดธรรมที่นับเป็นข้อ ๆ เพราะสิ่งเหล่านี้ช่วยให้คนจำนวนมากจำถ้อยคำเดียวกันได้ตรงกัน พระพุทธเจ้าเองทรงวางหลักตรวจสอบคำกล่าวอ้างเรื่องคำสอนไว้แล้ว ในมหาปรินิพพานสูตร ตรัสว่า เมื่อมีผู้อ้างว่าได้ฟังคำสอนใดมาจากพระพุทธเจ้าโดยตรง อย่าเพิ่งรับหรือปฏิเสธทันที แต่ให้ตรวจสอบ
ตานิ ปะทัพยัญชะนานิ สาธุกัง อุคคะเหตวา
สุตเต โอสาเรตัพพานิ วินะเย สันทัสเสตัพพานิจงจดจำถ้อยคำและพยัญชนะเหล่านั้นให้ดี แล้วนำไปเทียบกับพระสูตร และสอบดูกับพระวินัย
DN 16
ถ้าลงกันได้ ก็รับได้ว่าเป็นพระพุทธวจนะ ถ้าไม่ลงกัน ก็ให้ละไว้ เรื่องการสังคายนาครั้งแรกในพระวินัยเล่าว่า หลังพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานไม่กี่เดือน พระอรหันต์ 500 รูปประชุมกันที่เมืองราชคฤห์ โดยมีพระมหากัสสปะเป็นประธาน พระอุบาลีผู้เชี่ยวชาญพระวินัยตอบคำถามเรื่องพระวินัย และพระอานนท์ผู้เป็นพุทธอุปัฏฐากมาหลายปีตอบคำถามเรื่องพระสูตร จากนั้นที่ประชุมจึงสวดพร้อมกัน คำบาลีที่ใช้เรียกการประชุมนี้คือ สังคีติ แปลว่า การสวดพร้อมกัน ภาษาไทยเรียกว่า การสังคายนา
ราวหนึ่งร้อยปีต่อมา การสังคายนาครั้งที่สองที่เมืองเวสาลีได้ยุติข้อโต้แย้งเรื่องพระวินัย และฝ่ายเถรวาทนับการสังคายนาครั้งที่สามที่เมืองปาฏลีบุตรในศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล หลังจากนั้น คณะผู้สวดท่องที่เรียกว่าภาณกะ แต่ละคณะรับผิดชอบนิกายใดนิกายหนึ่ง เช่น คณะผู้ท่องทีฆนิกาย และถ่ายทอดจากอาจารย์สู่ศิษย์ต่อ ๆ กันมา
พระไตรปิฎกจารึกเป็นตัวอักษรเมื่อใด
บันทึกประวัติศาสตร์โบราณของศรีลังกาเล่าว่า ในศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสตกาล หลังจากสงครามและทุพภิกขภัยทำให้พระสงฆ์กังวลว่าสายการท่องจำอาจขาดตอน จึงมีการจารึกพระไตรปิฎกและอรรถกถาลงในใบลาน ตามที่สืบทอดกันมา การจารึกครั้งนั้นเกิดขึ้นที่อาลุวิหาร วัดในถ้ำแห่งหนึ่งทางตอนกลางของศรีลังกา คัมภีร์ใบลานอย่างในภาพข้างบนเป็นรูปแบบปกติของพระไตรปิฎกมาเกือบสองพันปี โดยมีการคัดลอกด้วยมือซ้ำแล้วซ้ำเล่าเมื่อใบลานเก่าชำรุด
พระไตรปิฎกฉบับพิมพ์เริ่มมีขึ้นตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ปัจจุบันพระไตรปิฎกภาษาบาลีทั้งชุดเปิดให้อ่านออนไลน์ได้ฟรีในอักษรหลายแบบ พร้อมคำแปลหลายภาษา ข้อความบาลีที่ยกมาในเว็บไซต์นี้มาจากฉบับมหาสังคีติที่เผยแพร่บน SuttaCentral
อรรถกถาและคัมภีร์รุ่นหลัง
รอบพระไตรปิฎกยังมีคัมภีร์อธิบายอีกจำนวนมาก อรรถกถาอธิบายศัพท์ เล่าเรื่องเบื้องหลัง และวินิจฉัยประเด็นทางหลักธรรม อรรถกถาสืบทอดมาเป็นภาษาสิงหลในศรีลังกา แล้วเรียบเรียงเป็นภาษาบาลีในคริสต์ศตวรรษที่ 5 ส่วนใหญ่โดยพระพุทธโฆสาจารย์ ผู้แต่งคัมภีร์วิสุทธิมรรค คู่มือของทางปฏิบัติทั้งหมด และโดยพระอรรถกถาจารย์รุ่นต่อมา เช่น พระธรรมปาละ ฎีกาเป็นคัมภีร์ที่อธิบายอรรถกถาอีกชั้นหนึ่ง ครูบาอาจารย์ฝ่ายเถรวาทอาศัยคัมภีร์เหล่านี้ แต่คัมภีร์เหล่านี้ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพระไตรปิฎก ในเว็บไซต์นี้ เมื่อเขียนว่า พระสูตรกล่าวว่า หมายถึงพระไตรปิฎก และเมื่อใช้ความจากอรรถกถา ก็จะบอกไว้
เริ่มอ่านพระไตรปิฎกจากตรงไหนดี
ไม่มีใครเริ่มต้นด้วยการอ่านพระไตรปิฎกตั้งแต่เล่มแรกจนจบ ทางเริ่มที่ไม่หนักเกินไปมีดังนี้
- เริ่มจากธรรมบท คาถาสั้น ๆ 423 บทเกี่ยวกับศีลธรรมและจิตใจ จัดเป็นหมวดตามเรื่อง
- อ่านคำสอนแรก ๆ ของพระพุทธเจ้า คือปฐมเทศนาว่าด้วยอริยสัจ 4 แล้วต่อด้วยอนัตตลักขณสูตร
- เพิ่มพระสูตรที่นำไปใช้ได้ทันที เช่น กรณียเมตตสูตร กาลามสูตร และมงคลสูตร
- จากนั้นอ่านนิกายใดนิกายหนึ่งอย่างช้า ๆ เช่น มัชฌิมนิกายวันละหนึ่งสูตร ใช้คำแปลที่เชื่อถือได้ และดูภาษาบาลีประกอบเมื่อคำใดสำคัญ
- อ่านควบคู่กับการปฏิบัติ อ่านจบแต่ละสูตรให้ถามว่าพระสูตรนี้ชวนให้เราทำอะไร แล้วลองทำ
อ่านด้วยใจที่เปิดกว้างแต่รู้จักตรวจสอบ พระไตรปิฎกเองไม่ได้ขอให้เชื่ออย่างไม่ไตร่ตรอง ในกาลามสูตร หนึ่งในสิบข้อที่พระพุทธเจ้าตรัสว่าอย่าถือเป็นเหตุให้เชื่อเพียงลำพัง คือการอ้างตำรา
เอถะ ตุมเห กาลามา มา อะนุสสะเวนะ มา ปะรัมปะรายะ
มา อิติกิรายะ มา ปิฏะกะสัมปะทาเนนะ ฯลฯมาเถิด ชาวกาลามะ อย่าเชื่อเพียงเพราะได้ฟังสืบกันมา อย่าเชื่อเพียงเพราะเป็นประเพณี อย่าเชื่อเพียงเพราะเป็นข่าวเล่าลือ อย่าเชื่อเพียงเพราะมีอยู่ในตำรา …
AN 3.65
หลักที่พระองค์ให้ไว้แทนคือการทดสอบด้วยการปฏิบัติ ว่าคำสอนนั้นเมื่อนำไปทำแล้ว นำไปสู่ประโยชน์และความสุข หรือนำไปสู่โทษและความทุกข์ พระไตรปิฎกก็ควรอ่านด้วยท่าทีเดียวกัน คืออ่านเป็นแผนที่ให้เดินตาม ไม่ใช่เพียงหนังสือให้เชื่อ
เรียบเรียงจาก: มหาปรินิพพานสูตร (DN 16) · เกสปุตตสูตร (กาลามสูตร) (AN 3.65) · พระวินัยปิฎก จุลวรรค เรื่องการสังคายนาครั้งแรก · คัมภีร์วิสุทธิมรรค ของพระพุทธโฆสาจารย์
อ่านต่อ

บทสวดพระอภิธรรม 7 คัมภีร์ พร้อมคำแปล
บทสวดพระอภิธรรมที่สวดในงานศพ คือบทเริ่มต้นของคัมภีร์อภิธรรมทั้งเจ็ด ภาษาบาลีพร้อมคำแปลใหม่

พุทธศาสนาเถรวาทคืออะไร คำสอนของพระเถระ
พุทธศาสนาเถรวาทคืออะไร ความหมายของชื่อ คัมภีร์ คำสอนหลัก ชีวิตพระสงฆ์และฆราวาส การปฏิบัติ ประเทศที่นับถือ และความต่างจากมหายาน

ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร บทสวดภาษาบาลีพร้อมคำแปลไทย และความหมาย
ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ปฐมเทศนาของพระพุทธเจ้า ว่าด้วยทางสายกลางและอริยสัจ 4 ภาษาบาลีพร้อมคำแปลไทยทุกตอน