
พรหมวิหาร 4 คือเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ความหมายตามนวโกวาท ตัวอย่างในชีวิตประจำวัน แนวทางปฏิบัติ และประโยชน์ตามพระสูตร
พรหมวิหาร 4 คือธรรมสี่ประการที่เป็นท่าทีอันประเสริฐของใจต่อผู้อื่น ได้แก่ เมตตา ความปรารถนาให้เป็นสุข กรุณา ความปรารถนาให้พ้นทุกข์ มุทิตา ความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี และอุเบกขา ความวางใจเป็นกลาง คำว่าพรหมวิหารมาจากภาษาบาลี brahmavihāra พรหม แปลว่าประเสริฐหรือยิ่งใหญ่ วิหาร แปลว่าที่อยู่หรือความเป็นอยู่ จึงแปลว่าความเป็นอยู่อย่างประเสริฐ หรือที่อยู่ของใจที่ประเสริฐ ธรรมสี่ข้อนี้ยังเรียกว่าอัปปมัญญา 4 แปลว่าไม่มีประมาณ เพราะแผ่ไปถึงสัตว์ทั้งปวงได้โดยไม่มีขอบเขต หน้านี้อธิบายว่าพรหมวิหาร 4 มีอะไรบ้าง ความหมายตามนวโกวาท ตัวอย่างในชีวิตประจำวัน แนวทางปฏิบัติ และประโยชน์ตามพระสูตร
ที่มาของคำว่าพรหมวิหาร
ในพระสูตร คำนี้ปรากฏชัดในกรณียเมตตสูตร บทที่สวดกันแพร่หลาย หลังจากบรรยายการแผ่เมตตาไปยังสัตว์ทุกประเภทแล้ว พระสูตรสรุปว่า
ติฏฐัง จะรัง นิสินโน วะ
สะยาโน ยาวะตาสสะ วิตะมิทโธ
เอตัง สะติง อะธิฏเฐยยะ
พรัหมะเมตัง วิหาระมิธะมาหุจะยืน เดิน นั่ง หรือนอน ตราบใดที่ยังไม่ง่วง ก็พึงตั้งสตินี้ไว้ ท่านกล่าวว่า นี่คือความอยู่อย่างประเสริฐในโลกนี้
Snp 1.8
ความอยู่อย่างประเสริฐในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการไปเกิดเป็นพรหมเท่านั้น แต่หมายถึงการใช้ชีวิตด้วยใจที่กว้างและไม่มีเวรตั้งแต่ในชีวิตนี้ คำแปลเต็มของพระสูตรนี้อยู่ในหน้ากรณียเมตตสูตร ส่วนพรหมวิหาร 4 คือการขยายท่าทีนี้ให้ครบทุกสถานการณ์ที่ใจต้องพบ

พรหมวิหาร 4 มีอะไรบ้าง ตามนวโกวาท
นวโกวาท ตำราธรรมชั้นต้นมาตรฐาน ให้ความหมายของพรหมวิหาร 4 ไว้ในหมวด 4 ของธรรมวิภาค ข้างล่างนี้คือถ้อยคำของนวโกวาทตามต้นฉบับ
- เมตตา ความรักใคร่ ปรารถนาจะให้เป็นสุข.
- กรุณา ความสงสาร คิดจะช่วยให้พ้นทุกข์.
- มุทิตา ความพลอยยินดี เมื่อผู้อื่นได้ดี.
- อุเบกขา ความวางเฉย ไม่ดีใจไม่เสียใจเมื่อผู้อื่นถึงความวิบัติ.
- ๔ อย่างนี้ เป็นเครื่องอยู่ของท่านผู้ใหญ่.
นวโกวาทเรียกพรหมวิหาร 4 ว่า เครื่องอยู่ของท่านผู้ใหญ่ หมายความว่าเป็นคุณธรรมที่ผู้ซึ่งต้องดูแลผู้อื่นควรมีประจำใจ เช่น พ่อแม่ ครู หัวหน้างาน และผู้นำชุมชน ความหมายของอุเบกขาในนวโกวาทเน้นที่การไม่หวั่นไหวเมื่อผู้อื่นประสบความวิบัติ ข้อนี้ไม่ใช่ความเย็นชา แต่เป็นใจที่มั่นคงพอจะเห็นตามจริงว่าแต่ละคนมีกรรมเป็นของตน ในหมวด 4 ของนวโกวาทยังมีอิทธิบาท 4 ซึ่งเป็นธรรมเพื่อความสำเร็จของงาน ส่วนพรหมวิหาร 4 เป็นธรรมสำหรับความสัมพันธ์กับผู้อื่น
ความหมายของแต่ละข้อ
- เมตตา (mettā) ข้อแรกของพรหมวิหาร 4 คือความรักที่ปรารถนาดีอย่างไม่มีเงื่อนไข อยากให้ผู้อื่นเป็นสุข คัมภีร์วิสุทธิมรรคอธิบายว่าเมตตามีลักษณะเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่น และปรากฏเป็นการกำจัดความอาฆาต เมตตาไม่ได้เลือกเฉพาะคนที่เราชอบ และไม่ได้หมายถึงการยอมทุกอย่าง เราปฏิเสธหรือตักเตือนใครด้วยใจที่ยังปรารถนาดีต่อเขาได้
- กรุณา (karuṇā) ความสงสารที่อยากช่วยให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ เมื่อเห็นคนเจ็บป่วย ลำบาก หรือทำผิดจนตัวเองเดือดร้อน ใจจะไหวไปกับทุกข์นั้นและอยากบรรเทา วิสุทธิมรรคกล่าวว่ากรุณาทำหน้าที่ทนนิ่งเฉยต่อทุกข์ของผู้อื่นไม่ได้ และปรากฏเป็นความไม่เบียดเบียน กรุณาจึงต่างจากความสมเพชที่มองผู้อื่นจากที่สูงกว่า
- มุทิตา (muditā) ความพลอยยินดีเมื่อผู้อื่นมีความสุขหรือประสบความสำเร็จ วิสุทธิมรรคกล่าวว่ามุทิตาทำหน้าที่ไม่ริษยา และปรากฏเป็นการกำจัดความไม่ยินดี หลายคนพบว่ามุทิตายากกว่าเมตตาและกรุณา เพราะเมื่อคนอื่นได้ดี ใจมักเปรียบเทียบกับตัวเอง มุทิตาจึงเป็นยาแก้ความอิจฉาโดยตรง
- อุเบกขา (upekkhā) ข้อสุดท้ายของพรหมวิหาร 4 และเป็นข้อที่เข้าใจผิดกันบ่อยที่สุด คือความวางใจเป็นกลาง ไม่เอนเอียงด้วยความรักหรือความชัง วิสุทธิมรรคกล่าวว่าอุเบกขาเห็นความเสมอกันของสัตว์ทั้งหลาย และมีเหตุใกล้คือการเห็นว่าสัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน อุเบกขาไม่ใช่การไม่สนใจ แต่เป็นใจที่ทำเต็มที่แล้วยอมรับว่าผลไม่ได้อยู่ในมือเราทั้งหมด เช่น พ่อแม่ที่เลี้ยงลูกจนโต แล้วยอมรับว่าลูกต้องเลือกทางของตัวเอง
ศัตรูใกล้และศัตรูไกล
วิสุทธิมรรคให้เครื่องมือที่ใช้ตรวจใจตัวเองได้จริง คือศัตรูใกล้ ได้แก่สภาพที่ดูคล้ายพรหมวิหารจนแยกยาก และศัตรูไกล ได้แก่สภาพที่ตรงข้ามอย่างชัดเจน
- เมตตา: ศัตรูใกล้คือราคะ ความรักแบบติดใจ ซึ่งดูเหมือนความปรารถนาดี แต่มีเงื่อนไขว่าอีกฝ่ายต้องเป็นของเรา ศัตรูไกลคือพยาบาท ความคิดร้าย
- กรุณา: ศัตรูใกล้คือความโศกเศร้าแบบชาวโลก จมไปกับทุกข์ของผู้อื่นจนตัวเองหมดแรง ศัตรูไกลคือวิหิงสา ความโหดร้าย
- มุทิตา: ศัตรูใกล้คือความดีใจแบบชาวโลก ตื่นเต้นไปกับลาภที่ได้มา ศัตรูไกลคืออรติ ความไม่ยินดีและขัดเคือง
- อุเบกขา: ศัตรูใกล้คือความเฉยเมยเพราะไม่รู้และไม่ใส่ใจ ศัตรูไกลคือความชอบและความชังที่ทำให้ใจลำเอียง
ตัวอย่างเช่น ถ้าเราช่วยเพื่อนเพราะอยากให้เขารักเรา นั่นอาจเป็นความติดใจที่ปลอมเป็นเมตตา ถ้าเราเฉยต่อปัญหาของคนอื่นเพราะไม่อยากยุ่ง นั่นคือความเฉยเมยที่ปลอมเป็นอุเบกขา การรู้จักศัตรูใกล้ช่วยให้ฝึกพรหมวิหารได้ถูกทาง
พรหมวิหาร 4 ตัวอย่างในชีวิตประจำวัน
พรหมวิหาร 4 ไม่ได้มีไว้เฉพาะในห้องสมาธิ ทุกวันมีโอกาสฝึกครบทั้งสี่ข้อ
- ในครอบครัว: เมตตาคือพูดกับคนในบ้านด้วยความปรารถนาดีแม้ในวันที่เหนื่อย กรุณาคือดูแลพ่อแม่ที่ป่วยโดยไม่บ่น มุทิตาคือยินดีจริง ๆ เมื่อพี่น้องได้งานดีกว่าเรา อุเบกขาคือยอมรับการตัดสินใจของลูกที่โตแล้ว หลังจากให้คำแนะนำเต็มที่แล้ว
- ที่ทำงาน: เมตตาคือไม่พูดให้ร้ายเพื่อนร่วมงานลับหลัง กรุณาคือช่วยพนักงานใหม่ที่ยังทำงานไม่เป็น มุทิตาคือแสดงความยินดีเมื่อเพื่อนได้เลื่อนตำแหน่ง อุเบกขาคือทำหน้าที่อย่างยุติธรรม ไม่ลำเอียงให้คนที่ตัวเองชอบ
- กับคนแปลกหน้า: เมตตาคือยิ้มและขอบคุณพนักงานร้าน กรุณาคือหยุดช่วยคนที่ล้มบนถนน มุทิตาคือดีใจไปกับข่าวดีของคนที่ไม่รู้จัก อุเบกขาคือไม่ร้อนรนไปกับความเห็นของคนในโลกออนไลน์
- กับตัวเอง: เมตตาต่อตัวเองคือไม่ตำหนิตัวเองซ้ำ ๆ เมื่อทำพลาด แต่ยอมรับแล้วแก้ไข ซึ่งเป็นฐานของเมตตาต่อผู้อื่นด้วย
สรุปง่าย ๆ ว่า เมตตาใช้กับทุกคนในยามปกติ กรุณาใช้เมื่อผู้อื่นมีทุกข์ มุทิตาใช้เมื่อผู้อื่นมีสุข และอุเบกขาใช้เมื่อทำทุกอย่างที่ทำได้แล้ว หรือเมื่อการเข้าไปยุ่งจะไม่เป็นธรรมต่อใคร
พรหมวิหาร 4 แนวทางปฏิบัติ
ในพระสูตร พรหมวิหารเป็นการภาวนาที่แผ่ใจออกไปทุกทิศ ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสกับชาวกาลามะในกาลามสูตร
สะ โข โส กาลามา อะริยะสาวะโก เอวัง วิคะตาภิชโฌ วิคะตัพยาปาโท อะสัมมูฬโห สัมปะชาโน ปะติสสะโต
เมตตาสะหะคะเตนะ เจตะสา เอกัง ทิสัง ผะริตวา วิหะระติ
ตะถา ทุติยัง ตะถา ตะติยัง ตะถา จะตุตถัง
อิติ อุทธะมะโธ ติริยัง สัพพะธิ สัพพัตตะตายะ สัพพาวันตัง โลกัง
เมตตาสะหะคะเตนะ เจตะสา วิปุเลนะ มะหัคคะเตนะ อัปปะมาเณนะ อะเวเรนะ อัพยาปัชเฌนะ ผะริตวา วิหะระติชาวกาลามะทั้งหลาย อริยสาวกนั้นปราศจากความโลภอยากได้ ปราศจากความพยาบาท ไม่หลง มีความรู้ตัว มีสติ แผ่ใจที่ประกอบด้วยเมตตาไปยังทิศหนึ่ง ทิศที่สอง ทิศที่สาม และทิศที่สี่ก็เช่นเดียวกัน ทั้งเบื้องบน เบื้องล่าง และเบื้องขวาง ทั่วทุกแห่ง ไปยังโลกทั้งปวงเสมอกับตน ด้วยใจที่ประกอบด้วยเมตตา กว้างขวาง ยิ่งใหญ่ ไม่มีประมาณ ไม่มีเวร และไม่มีความคิดเบียดเบียน
AN 3.65
จากนั้นพระสูตรกล่าวแบบเดียวกันกับกรุณา มุทิตา และอุเบกขา ในทางปฏิบัติ วิสุทธิมรรคแนะนำให้เจริญพรหมวิหาร 4 ทีละขั้น โดยเริ่มจากเมตตา และแผ่จากคนที่แผ่ให้ง่ายไปหาคนที่ยาก ดังนี้
- ตัวเอง: นั่งสบาย หายใจตามปกติ แล้วตั้งความปรารถนาว่า ขอให้เรามีความสุข ปราศจากเวร ปราศจากความทุกข์ใจ ตัวเองเป็นตัวอย่างที่ชัดที่สุดว่าทุกชีวิตอยากเป็นสุขและกลัวทุกข์
- ผู้มีพระคุณ: เช่น ครูหรือพ่อแม่ นึกถึงความดีของท่าน แล้วแผ่ความปรารถนาดีไปให้
- เพื่อนที่รัก: เพื่อนสนิทหรือคนในครอบครัว
- คนที่รู้สึกเฉย ๆ: เช่น แม่ค้าที่เห็นทุกวันแต่ไม่รู้จักชื่อ
- คนที่มีปัญหากัน: เริ่มจากคนที่ขัดใจกันเล็กน้อย ถ้าความโกรธเกิดขึ้น ให้กลับไปแผ่ให้คนที่รักก่อน แล้วค่อยกลับมาใหม่
- สัตว์ทั้งปวง: ขยายออกไปทุกทิศโดยไม่มีขอบเขต ตามที่พระสูตรกล่าวไว้
เมื่อเมตตามั่นคงแล้ว จึงเจริญพรหมวิหารข้ออื่นด้วยวิธีเดียวกัน สำหรับกรุณา นึกถึงคนที่กำลังลำบากแล้วตั้งความปรารถนาว่า ขอให้พ้นจากทุกข์นี้ สำหรับมุทิตา นึกถึงคนที่กำลังมีความสุขหรือประสบความสำเร็จแล้วตั้งความปรารถนาว่า ขอให้ความสุขที่ได้มาอย่าเสื่อมไป สำหรับอุเบกขา พิจารณาความจริงเรื่องกรรม ดังที่พระสูตรกล่าวว่า
สัพเพ สัตตา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนิ กัมมะพันธุ กัมมะปะฏิสะระณา
ยัง กัมมัง กะริสสันติ กัลยาณัง วา ปาปะกัง วา
ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติสัตว์ทั้งปวงเป็นเจ้าของกรรมของตน เป็นทายาทของกรรม เกิดมาจากกรรม มีกรรมเป็นญาติ มีกรรมเป็นที่พึ่ง ไม่ว่าจะทำกรรมใด ดีหรือชั่ว ก็จะเป็นทายาทของกรรมนั้น
AN 5.57
ข้อสำคัญคืออุเบกขาไม่ได้แปลว่าเลิกช่วย เราช่วยเท่าที่ช่วยได้ด้วยเมตตาและกรุณา แล้ววางใจในส่วนที่อยู่นอกมือเรา บทสวดภาษาบาลีที่ใช้แผ่ความปรารถนาดีตามพรหมวิหารอยู่ในหน้าบทแผ่เมตตา และวิธีนั่งภาวนาทีละขั้นอยู่ในหน้าเมตตาภาวนา
ในการภาวนา พรหมวิหาร 4 เป็นสี่ข้อในกรรมฐาน 40 วิสุทธิมรรคอธิบายว่าเมตตา กรุณา และมุทิตา นำไปถึงฌานที่หนึ่งถึงที่สาม ส่วนอุเบกขานำไปถึงฌานที่สี่ เมื่อจิตสงบด้วยพรหมวิหารแล้ว ผู้ปฏิบัติยังพิจารณาจิตที่สงบนั้นเองว่าเกิดขึ้นแล้วดับไป จึงต่อไปสู่วิปัสสนาได้
ประโยชน์ของพรหมวิหาร 4
ในกาลามสูตร หลังจากบรรยายการแผ่พรหมวิหาร 4 ไปทุกทิศ พระพุทธเจ้าตรัสว่า อริยสาวกผู้มีใจไม่มีเวร ไม่มีความคิดเบียดเบียน ไม่เศร้าหมอง และบริสุทธิ์ ได้ความอุ่นใจสี่ประการในชีวิตนี้เอง ไม่ว่าโลกหน้าจะมีหรือไม่ และไม่ว่ากรรมจะให้ผลหรือไม่ ก็ไม่มีอะไรต้องเสีย ข้อที่สองกล่าวว่า
สะเจ โข ปะนะ นัตถิ ปะโร โลโก
นัตถิ สุกะตะทุกกะฏานัง กัมมานัง ผะลัง วิปาโก
อะถาหัง ทิฏเฐวะ ธัมเม อะเวรัง อัพยาปัชฌัง อะนีฆัง สุขิง อัตตานัง ปะริหะรามิถ้าโลกหน้าไม่มี และกรรมที่ทำดีทำชั่วไม่มีผล อย่างน้อยในชีวิตนี้ เราก็รักษาตนให้ไม่มีเวร ไม่มีความคิดเบียดเบียน ไม่มีความทุกข์ร้อน และอยู่เป็นสุข
AN 3.65
สำหรับเมตตาโดยเฉพาะ พระสูตรอีกบทหนึ่ง (AN 11.15) กล่าวถึงอานิสงส์สิบเอ็ดประการของเมตตาที่เจริญจนมั่นคง เช่น หลับเป็นสุข ตื่นเป็นสุข ไม่ฝันร้าย เป็นที่รักของคนทั้งหลาย จิตตั้งมั่นได้เร็ว ใบหน้าผ่องใส และตายอย่างไม่หลงสติ เมตตายังเป็นเครื่องแก้พยาบาทซึ่งเป็นข้อหนึ่งในนิวรณ์ 5 โดยตรง
ในชีวิตประจำวัน ผู้ที่ฝึกพรหมวิหาร 4 มักพบว่าโกรธน้อยลง ฟื้นจากความขัดแย้งได้เร็วขึ้น อิจฉาน้อยลง และอยู่กับคนรอบตัวได้ง่ายขึ้น ทั้งหมดนี้ไม่ใช่สัญญาว่าจะได้ผลแบบใดแบบหนึ่ง แต่เป็นสิ่งที่เกิดตามธรรมชาติเมื่อใจเลิกถือเวร
พรหมวิหาร 4 ภาษาอังกฤษและภาษาบาลี
- พรหมวิหาร: ภาษาบาลี brahmavihāra ภาษาอังกฤษใช้ว่า brahmaviharas, divine abidings หรือ sublime attitudes ส่วนอัปปมัญญาใช้ว่า four immeasurables
- เมตตา: ภาษาบาลี mettā ภาษาอังกฤษ loving-kindness หรือ goodwill
- กรุณา: ภาษาบาลี karuṇā ภาษาอังกฤษ compassion
- มุทิตา: ภาษาบาลี muditā ภาษาอังกฤษ sympathetic joy หรือ appreciative joy
- อุเบกขา: ภาษาบาลี upekkhā ภาษาอังกฤษ equanimity
พรหมวิหาร 4 สรุป
พรหมวิหาร 4 ประกอบด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา ทั้งสี่ข้อเป็นท่าทีของใจที่กว้างและไม่มีเวร เป็นทั้งหลักธรรมสำหรับอยู่ร่วมกับผู้อื่นในชีวิตประจำวัน และเป็นกรรมฐานที่ทำให้จิตสงบตั้งมั่น เริ่มจากความปรารถนาดีต่อตัวเองและคนใกล้ตัว แล้วขยายออกไปทีละน้อยจนไม่มีขอบเขต ระวังศัตรูใกล้ที่ปลอมตัวมา และจำไว้ว่าพรหมวิหาร 4 ไม่ได้ทำให้ใจอ่อนแอ แต่ทำให้ใจเข้มแข็งพอจะรักโดยไม่ยึด ช่วยโดยไม่จม ยินดีโดยไม่อิจฉา และวางใจโดยไม่ทอดทิ้ง
เรียบเรียงจาก: นวโกวาท (ธรรมวิภาค / คิหิปฏิบัติ) · กรณียเมตตสูตร (Snp 1.8) · เกสปุตตสูตร (กาลามสูตร) (AN 3.65) · อภิณหปัจจเวกขิตัพพฐานสูตร (AN 5.57) · เมตตสูตร (AN 11.15) · คัมภีร์วิสุทธิมรรค ของพระพุทธโฆสาจารย์
อ่านต่อ

กรณียเมตตสูตร บทสวดพร้อมคำแปล ความหมาย และวิธีสวด
กรณียเมตตสูตร บทสวดภาษาบาลีพร้อมคำแปลทีละบท ความประพฤติของผู้มุ่งสู่ความสงบ และการแผ่เมตตาไปยังสัตว์ทั้งปวง

เมตตาภาวนา: วิธีเจริญเมตตาทีละขั้นตอน
เมตตาภาวนาตามคำสอนของพระพุทธเจ้า: เมตตาคืออะไร วิธีฝึกทีละขั้น คำแผ่เมตตา และอานิสงส์สิบเอ็ดประการ

นิวรณ์ 5 คืออะไร มีอะไรบ้าง และวิธีแก้แต่ละข้อ
นิวรณ์ 5 คือห้าสิ่งที่กั้นใจไม่ให้สงบและไม่ให้เกิดปัญญา ความหมายตามนวโกวาท ตัวอย่าง อุปมาในพระสูตร และวิธีแก้ทีละข้อ