
ศีล 5 คือข้อฝึกห้าข้อของชาวพุทธ ไม่ฆ่า ไม่ลัก ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่พูดเท็จ ไม่ดื่มน้ำเมา พร้อมคำอาราธนาศีล คำสมาทาน และภาษาบาลีแปลทีละข้อ
ศีล 5 คือข้อฝึกห้าข้อที่ชาวพุทธตั้งใจรักษาเพื่อไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ได้แก่ ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่พูดเท็จ และไม่ดื่มน้ำเมา ภาษาบาลีเรียกว่า ปัญจศีล ภาษาไทยเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าเบญจศีล ศีลแต่ละข้อไม่ใช่คำสั่งจากผู้ใด แต่เป็นคำที่เรากล่าวเองว่า ข้าพเจ้าขอรับข้อฝึกนี้ ด้านล่างมีบทรับศีล 5 ครบทุกขั้น ตั้งแต่คำอาราธนาศีล บทนมัสการ ไตรสรณคมน์ ศีลห้าข้อ จนถึงคำปิดท้ายของพระสงฆ์ ทั้งภาษาบาลีและคำแปล
ศีล 5 มีอะไรบ้าง
- ปาณาติปาตา เวระมะณี: เว้นจากการฆ่าสัตว์และทำลายชีวิต
- อะทินนาทานา เวระมะณี: เว้นจากการเอาของที่เจ้าของไม่ได้ให้
- กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะณี: เว้นจากการประพฤติผิดในกาม
- มุสาวาทา เวระมะณี: เว้นจากการพูดเท็จ
- สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี: เว้นจากสุราเมรัยและของมึนเมาที่ทำให้ขาดสติ
นวโกวาท ตำราธรรมชั้นต้นที่ใช้เรียนกันมานาน อธิบายศีล 5 ไว้ในหมวดคิหิปฏิบัติ คือข้อปฏิบัติสำหรับผู้ครองเรือน ดังนี้ (ยกมาตามถ้อยคำของนวโกวาท)
- ปาณาติปาตา เวรมณี เว้นจากทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วงไป.
- อทินนาทานา เวรมณี เว้นจากถือเอาสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้ ด้วยอาการแห่งขโมย.
- กาเมสุ มิจฉาจารา เวรมณี เว้นจากประพฤติผิดในกาม.
- มุสาวาทา เวรมณี เว้นจากพูดเท็จ.
- สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานา เวรมณี เว้นจากดื่มนํ้าเมาคือสุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท.
นวโกวาทปิดท้ายหมวดนี้ว่า ศีล ๕ ประการนี้ คฤหัสถ์ควรรักษาเป็นนิตย์ คือผู้ครองเรือนควรรักษาทุกวัน ไม่ใช่เฉพาะวันพระ สังเกตว่าทุกข้อใช้คำว่า เวรมณี แปลว่า การงดเว้น ศีลจึงเป็นเรื่องของการงดเว้นสิ่งที่ก่อความเดือดร้อน ไม่ใช่รายการสิ่งที่ต้องทำ ส่วนการทำความดีด้านบวกมีอยู่ในหลักธรรมอื่น เช่นกุศลกรรมบถ 10
ความหมายของศีล 5 แต่ละข้อ พร้อมตัวอย่างในชีวิตประจำวัน
- ข้อ 1 ไม่ฆ่าสัตว์ ครอบคลุมชีวิตทุกชนิด ทั้งคนและสัตว์ รวมทั้งสัตว์เล็ก ๆ อย่างยุงและมด ในชีวิตจริง ข้อนี้ชวนให้หาทางที่ไม่ต้องฆ่า เช่น ใช้มุ้งหรือไล่แมลงออกไปแทนการตบ และไม่ทรมานหรือทำร้ายสัตว์แม้จะไม่ถึงตาย
- ข้อ 2 ไม่ลักทรัพย์ ไม่ได้มีแค่การขโมย แต่รวมถึงการโกง การยักยอก การตั้งใจไม่คืนของที่ยืมมา และการเอาของส่วนรวมหรือของที่ทำงานไปใช้ส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต
- ข้อ 3 ไม่ประพฤติผิดในกาม หมายถึงไม่มีความสัมพันธ์ทางเพศกับคู่ครองของผู้อื่น หรือผู้ที่ยังอยู่ในความดูแลของพ่อแม่หรือผู้ปกครอง และไม่ใช้กำลังหรือการหลอกลวง ในชีวิตคู่ ข้อนี้คือความซื่อสัตย์ต่อกัน
- ข้อ 4 ไม่พูดเท็จ คือไม่ตั้งใจหลอกให้ผู้อื่นเข้าใจผิด ไม่ว่าด้วยคำพูด ข้อความ หรือท่าทาง พระพุทธเจ้าทรงสอนเรื่องวาจาไว้กว้างกว่านี้ คือไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบ และไม่พูดเพ้อเจ้อ แต่ข้อที่อยู่ในศีล 5 คือการพูดเท็จ
- ข้อ 5 ไม่ดื่มน้ำเมา ถ้าถามว่าศีลข้อ 5 มีอะไรบ้าง คำบาลีบอกไว้เอง สุรา คือเหล้าที่กลั่น เมรัย คือเครื่องดื่มที่หมัก เช่น เบียร์และไวน์ มัชชะ คือของมึนเมา และ ปมาทัฏฐานะ คือสิ่งที่เป็นเหตุแห่งความประมาท ครูบาอาจารย์จึงนับยาเสพติดที่ทำให้ขาดสติไว้ในข้อนี้ด้วย ส่วนยาที่ใช้รักษาโรคตามคำแนะนำของแพทย์ ไม่ได้ใช้เพื่อให้มึนเมา จึงไม่ใช่สิ่งที่ข้อนี้มุ่งห้าม
องค์ของศีล: เมื่อไรจึงเรียกว่าศีลขาด
คัมภีร์อรรถกถาซึ่งอธิบายพระไตรปิฎก แยกให้เห็นว่าการกระทำแบบใดจึงนับว่าศีลขาด เรียกว่าองค์ของศีล ถ้าครบทุกองค์ ศีลข้อนั้นขาด ถ้าไม่ครบ ศีลยังไม่ขาด แต่อาจด่างพร้อย ประเด็นสำคัญคือทุกข้อต้องมีเจตนา การเหยียบมดตายโดยไม่เห็น จึงไม่ใช่การผิดศีลข้อแรก
- ข้อ 1 มีห้าองค์: สัตว์มีชีวิต รู้ว่าสัตว์นั้นมีชีวิต มีจิตคิดจะฆ่า พยายามฆ่า และสัตว์ตายด้วยความพยายามนั้น
- ข้อ 2 มีห้าองค์: ของที่มีเจ้าของ รู้ว่ามีเจ้าของ มีจิตคิดจะลัก พยายามลัก และได้ของมาด้วยความพยายามนั้น
- ข้อ 3 มีสี่องค์: บุคคลที่ไม่ควรล่วงเกิน มีจิตคิดจะเสพ พยายามเสพ และการกระทำนั้นสำเร็จ
- ข้อ 4 มีสี่องค์: เรื่องที่ไม่จริง มีจิตคิดจะหลอก พยายามพูดหรือแสดงออก และผู้ฟังเข้าใจตามนั้น
- ข้อ 5 มีสี่องค์: เป็นของมึนเมา มีจิตคิดจะดื่ม พยายามดื่ม และน้ำเมานั้นล่วงลำคอเข้าไป
รายการนี้ไม่ได้มีไว้หาช่องโหว่ แต่ช่วยให้เข้าใจว่าศีลขึ้นกับเจตนาและการกระทำจริง ไม่ใช่ความบังเอิญ คนที่ตั้งใจรักษาศีลจะรู้สึกได้เองว่าเรื่องใดเข้าใกล้เส้นมากเกินไป
คำอาราธนาศีล 5 และขั้นตอนการรับศีล
เมื่อรับศีลจากพระสงฆ์ ไม่ว่าที่วัด ในงานบุญที่บ้าน หรือก่อนฟังธรรม ขั้นตอนเป็นดังนี้ ทุกบทมีอยู่ในบทสวดด้านล่าง
- ประนมมือ แล้วกล่าวคำอาราธนาศีล 5 พร้อมกันสามครั้ง มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ ถ้ารับคนเดียว เปลี่ยน มะยัง เป็น อะหัง และ ยาจามะ เป็น ยาจามิ
- พระสงฆ์นำบทนมัสการ นะโม ตัสสะ สามจบ ผู้รับศีลว่าตามทีละวรรค
- พระสงฆ์นำไตรสรณคมน์ ว่าตามจนครบสามรอบ เมื่อพระกล่าวว่า ติสะระณะคะมะนัง นิฏฐิตัง ให้ตอบว่า อามะ ภันเต
- พระสงฆ์นำศีลทีละข้อ ผู้รับศีลว่าตามจนครบห้าข้อ
- พระสงฆ์กล่าวว่า อิมานิ ปัญจะ สิกขาปะทานิ ผู้รับศีลตอบว่า อามะ ภันเต แล้วพระกล่าวบท สีเลนะ สุคะติง ยันติ จบแล้วกราบสามครั้ง
คำขอศีลชุดนี้ และคำขออื่น ๆ เช่น คำอาราธนาธรรม อยู่ในหน้าคำอาราธนาศีล อาราธนาธรรมด้วย

คำสมาทานศีล 5 ด้วยตนเองที่บ้าน
ไม่มีพระสงฆ์ก็รับศีลได้ เพราะศีลคือความตั้งใจของเราเอง คำว่า สะมาทิยามิ ท้ายทุกข้อ แปลว่า ข้าพเจ้าขอถือปฏิบัติ คือเราเป็นผู้รับข้อฝึกนั้นมาไว้กับตัว ที่บ้านให้ข้ามคำอาราธนาไป เริ่มจากกราบพระ สวดนะโม ตัสสะ สามจบ ไตรสรณคมน์ แล้วกล่าวศีลห้าข้อด้วยตนเอง หลายคนท่องศีล 5 ทุกเช้าเป็นส่วนหนึ่งของบทสวดมนต์ไหว้พระ การท่องทุกวันแบบนี้ช่วยให้ศีลอยู่ในใจตลอดวัน
ศีล 5 ภาษาบาลี แปลทีละคำ
ทุกข้อมีรูปแบบเดียวกัน คือ สิ่งที่งดเว้น ตามด้วย เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ เมื่อรู้คำเหล่านี้แล้ว จะเข้าใจศีลทั้งห้าข้อได้ทันที
- เวระมะณี การงดเว้น
- สิกขาปะทัง ข้อฝึก หรือบทเรียน ศีลจึงเป็นข้อฝึกหัด ไม่ใช่กฎที่ต้องสมบูรณ์ตั้งแต่วันแรก
- สะมาทิยามิ ข้าพเจ้าขอถือปฏิบัติ
- ปาณาติปาตา จากการทำให้ชีวิตตกล่วงไป อะทินนาทานา จากการถือเอาสิ่งที่เขาไม่ได้ให้ กาเมสุมิจฉาจารา จากการประพฤติผิดในกาม มุสาวาทา จากการพูดเท็จ สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา จากน้ำเมาที่เป็นเหตุแห่งความประมาท
ทำไมต้องรักษาศีล
ในทีฆชาณุสูตร (อังคุตตรนิกาย 8.54) พระพุทธเจ้าทรงนับความถึงพร้อมด้วยศีล คือการเว้นจากห้าข้อนี้ เป็นหนึ่งในสี่สิ่งที่นำประโยชน์มาให้ผู้ครองเรือนในภายหน้า ร่วมกับศรัทธา การให้ และปัญญา ศีลยังเป็นข้อแรกของไตรสิกขา คือศีล สมาธิ ปัญญา เพราะใจที่ไม่ต้องกังวลเรื่องที่ทำผิดไว้ย่อมสงบได้ง่าย พระสูตรที่สอนให้ระลึกถึงศีลของตนกล่าวว่า
ปุนะ จะปะรัง มะหานามะ อะริยะสาวะโก อัตตะโน สีลานิ อะนุสสะระติ
อะขัณฑานิ อัจฉิททานิ อะสะพะลานิ อะกัมมาสานิ
ภุชิสสานิ วิญญุปปะสัตถานิ อะปะรามัฏฐานิ สะมาธิสังวัตตะนิกานิอีกประการหนึ่ง มหานามะ อริยสาวกย่อมระลึกถึงศีลของตน ที่ไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่าง ไม่พร้อย เป็นไท ผู้รู้สรรเสริญ ไม่ถูกความยึดถือผิด ๆ ครอบงำ และเป็นไปเพื่อสมาธิ
AN 6.10
ผลที่เห็นได้ทันทีคือความไม่ต้องหวาดระแวง ผู้ที่ไม่ได้ทำร้าย หลอก หรือเอาเปรียบใคร นอนหลับได้โดยไม่มีเรื่องค้างใจ และคนรอบตัวก็ไว้ใจได้ การรักษาศีล 5 จึงเป็นทั้งของขวัญที่ให้ตัวเองและให้ผู้อื่น
ถ้าศีลขาด ควรทำอย่างไร
ศีลเป็นข้อฝึก การพลาดจึงเป็นส่วนหนึ่งของการฝึก เมื่อรู้ตัวว่าทำผิดศีลข้อใด ให้ยอมรับกับตัวเองตรง ๆ ไม่ต้องจมอยู่กับความรู้สึกผิด พิจารณาว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร แล้วตั้งใจใหม่ด้วยการรับศีล 5 อีกครั้ง จะรับจากพระหรือกล่าวเองที่บ้านก็ได้ ถ้าอยากฝึกให้ลึกขึ้นในบางวัน เช่น วันพระ ก็รับศีล 8 ซึ่งเพิ่มข้อฝึกอีกสามข้อ และเปลี่ยนข้อ 3 เป็นการงดกิจกรรมทางเพศทั้งหมด
บทสวด
คำอาราธนาศีล 5
มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ
ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ
ทุติยัมปิ มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ
ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ
ตะติยัมปิ มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ
ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ
คำแปล
ท่านผู้เจริญ พวกข้าพเจ้าขอศีล 5 ข้อพร้อมทั้งไตรสรณะ เพื่อจะรักษาแยกเป็นข้อ ๆ แล้วกล่าวซ้ำเป็นครั้งที่สองและครั้งที่สาม ถ้าขอเพียงคนเดียว ใช้ อะหัง แทน มะยัง และ ยาจามิ แทน ยาจามะ
นมัสการพระพุทธเจ้า
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
สวด 3 จบคำแปล
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง
ไตรสรณคมน์
พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
คำแปล
ข้าพเจ้าขอถือพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง ขอถือพระธรรมเป็นที่พึ่ง ขอถือพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง แล้วกล่าวซ้ำเป็นครั้งที่สองและครั้งที่สาม เมื่อจบ พระสงฆ์กล่าวว่า ติสะระณะคะมะนัง นิฏฐิตัง (การถึงที่พึ่งทั้งสามจบแล้ว) ผู้รับศีลตอบว่า อามะ ภันเต (ใช่ ท่านผู้เจริญ)
ข้อ 1 ไม่ฆ่าสัตว์
ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
คำแปล
ข้าพเจ้าขอรับข้อฝึก คือเว้นจากการทำลายชีวิต ข้อนี้หมายถึงไม่ตั้งใจฆ่าคนหรือสัตว์ใด ๆ ไม่ว่าจะลงมือเองหรือใช้ให้คนอื่นทำ
ข้อ 2 ไม่ลักทรัพย์
อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
คำแปล
ข้าพเจ้าขอรับข้อฝึก คือเว้นจากการเอาสิ่งที่เจ้าของไม่ได้ให้ ข้อนี้ครอบคลุมการลัก ขโมย โกง และการเอาของของคนอื่นไปโดยเจ้าของไม่ยินยอม
ข้อ 3 ไม่ประพฤติผิดในกาม
กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
คำแปล
ข้าพเจ้าขอรับข้อฝึก คือเว้นจากการประพฤติผิดในกาม ข้อนี้หมายถึงไม่มีความสัมพันธ์ทางเพศกับคนที่ไม่ควร เช่น คู่ครองของคนอื่น หรือคนที่ยังอยู่ในความดูแลของพ่อแม่หรือผู้ปกครอง
ข้อ 4 ไม่พูดเท็จ
มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
คำแปล
ข้าพเจ้าขอรับข้อฝึก คือเว้นจากการพูดเท็จ ข้อนี้หมายถึงไม่ตั้งใจพูดหรือทำให้คนอื่นเชื่อในสิ่งที่ไม่จริง
ข้อ 5 ไม่ดื่มน้ำเมา
สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
คำแปล
ข้าพเจ้าขอรับข้อฝึก คือเว้นจากสุราและเมรัย ของมึนเมาที่เป็นเหตุให้ขาดสติ ข้อนี้ครอบคลุมเหล้า เบียร์ ไวน์ และสิ่งเสพติดอื่นที่ทำให้ใจมัวเมา
พระสงฆ์กล่าวปิดท้าย
อิมานิ ปัญจะ สิกขาปะทานิ
สีเลนะ สุคะติง ยันติ
สีเลนะ โภคะสัมปะทา
สีเลนะ นิพพุติง ยันติ
ตัสมา สีลัง วิโสธะเย
คำแปล
นี่คือข้อฝึกห้าประการ (ผู้รับศีลตอบว่า อามะ ภันเต) ด้วยศีล คนจึงไปสู่สุคติ ด้วยศีล จึงมีโภคทรัพย์พร้อม ด้วยศีล จึงถึงความดับเย็น เพราะฉะนั้น พึงชำระศีลให้บริสุทธิ์
แปลด้วยเครื่องจากต้นฉบับ: สรณัตตยะ (ขุททกปาฐะ 1) · ทสสิกขาปทะ (ขุททกปาฐะ 2) · คำอาราธนาศีลและบทสีเลนะ สุคะติง ยันติ บทดั้งเดิม ไม่ปรากฏผู้แต่ง · นวโกวาท (ธรรมวิภาค / คิหิปฏิบัติ) · ทีฆชาณุสูตร (AN 8.54) · มหานามสูตร (AN 6.10) · อรรถกถาพระสุตตันตปิฎก คำอธิบายองค์ของศีลแต่ละข้อ
อ่านต่อ

ศีล 8 มีอะไรบ้าง คำอาราธนาศีล 8 และอุโบสถศีล พร้อมคำแปล
ศีล 8 คือข้อฝึกแปดข้อที่รักษาในวันพระหรือช่วงปฏิบัติธรรม พร้อมคำอาราธนาศีลภาษาบาลีและคำแปลทีละข้อ วิธีสมาทานที่บ้าน และเรื่องการลาศีล

คำอาราธนาศีล อาราธนาธรรม อาราธนาพระปริตร
คำกล่าวภาษาบาลีเมื่อขอศีลจากพระสงฆ์ ขอให้แสดงธรรม และขอให้สวดพระปริตร

บทสวดมนต์ไหว้พระ ประจำวัน ตอนเช้าและก่อนนอน พร้อมคำแปล
บทสวดมนต์ไหว้พระประจำวัน ภาษาบาลีพร้อมคำแปล สวดได้ทั้งตอนเช้า ก่อนนอน และวันพระ ตั้งแต่บทกราบพระ อะระหัง ไตรสรณคมน์ ศีล 5 จนถึงบทอิติปิโส