
กามุปาทาน ทิฏฐุปาทาน สีลัพพตุปาทาน อัตตวาทุปาทาน
อุปาทาน คือความยึดมั่นถือมั่น การจับสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้แน่นจนวางไม่ลง พระพุทธเจ้าทรงแบ่งอุปาทานไว้สี่อย่าง คือ ยึดมั่นในกาม ยึดมั่นในความเห็น ยึดมั่นในศีลและวัตรปฏิบัติ และยึดมั่นในวาทะว่ามีตัวตน ในวิภังคสูตร (SN 12.2) ซึ่งอธิบายปฏิจจสมุปบาท อุปาทานเกิดจากตัณหา และเป็นปัจจัยให้เกิดภพ ชาติ และความทุกข์ทั้งปวง
กะตะมัญจะ ภิกขะเว อุปาทานัง
จัตตาริมานิ ภิกขะเว อุปาทานานิ
กามุปาทานัง ทิฏฐุปาทานัง สีลัพพะตุปาทานัง อัตตะวาทุปาทานังภิกษุทั้งหลาย อุปาทานเป็นอย่างไร อุปาทานมีสี่อย่างนี้ คือ กามุปาทาน ทิฏฐุปาทาน สีลัพพตุปาทาน และอัตตวาทุปาทาน
SN 12.2
อุปาทานทั้งสี่
- กามุปาทาน ความยึดมั่นในกาม ติดแน่นอยู่กับรูป เสียง กลิ่น รส และสัมผัสที่น่าพอใจ จนรู้สึกว่าขาดไม่ได้
- ทิฏฐุปาทาน ความยึดมั่นในความเห็น ถือว่าความคิดเห็นของตนเท่านั้นถูก ที่เหลือผิดหมด จนฟังผู้อื่นไม่ได้
- สีลัพพตุปาทาน ความยึดมั่นในศีลและวัตรปฏิบัติ เชื่อว่าการทำตามกฎหรือพิธีบางอย่างเพียงลำพังจะทำให้บริสุทธิ์ได้ โดยไม่ต้องฝึกใจให้รู้เห็นตามจริง
- อัตตวาทุปาทาน ความยึดมั่นในวาทะว่ามีตัวตน ถือว่ามีตัวเราที่เที่ยงแท้อยู่ในร่างกายและจิตใจ เป็นความยึดที่ละเอียดและละได้ยากที่สุด
อุปาทานมาจากไหน
ในจูฬสีหนาทสูตร (MN 11) พระพุทธเจ้าตรัสว่า นักบวชบางพวกสอนให้รู้เท่าทันอุปาทานได้เพียงบางข้อ บ้างได้ข้อแรก บ้างได้สองหรือสามข้อแรก แต่ไม่ถึงความยึดมั่นในตัวตน ส่วนพระองค์ทรงสอนให้รู้เท่าทันครบทั้งสี่ แล้วทรงชี้ว่าอุปาทานทั้งสี่มีตัณหาเป็นเหตุ ตัณหามีเวทนาเป็นเหตุ เวทนามีผัสสะเป็นเหตุ สืบไปจนถึงอวิชชา และตรัสว่า
ยะโต จะ โข ภิกขะเว ภิกขุโน อะวิชชา ปะหีนา โหติ วิชชา อุปปันนา
โส อะวิชชาวิราคา วิชชุปปาทา เนวะ กามุปาทานัง อุปาทิยะติ นะ ทิฏฐุปาทานัง อุปาทิยะติ
นะ สีลัพพะตุปาทานัง อุปาทิยะติ นะ อัตตะวาทุปาทานัง อุปาทิยะติ
อะนุปาทิยัง นะ ปะริตัสสะติ อะปะริตัสสัง ปัจจัตตัญเญวะ ปะรินิพพายะติภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุละอวิชชาได้ และวิชชาเกิดขึ้นแล้ว เพราะอวิชชาจางคลายและวิชชาเกิดขึ้น เธอย่อมไม่ยึดมั่นในกาม ไม่ยึดมั่นในความเห็น ไม่ยึดมั่นในศีลและวัตรปฏิบัติ และไม่ยึดมั่นในวาทะว่ามีตัวตน เมื่อไม่ยึดมั่นก็ไม่หวาดหวั่น เมื่อไม่หวาดหวั่นก็ดับเย็นได้เฉพาะตน
MN 11
สังเกตอุปาทานในชีวิตประจำวัน
- สังเกตตอนที่ความอยากกลายเป็นความรู้สึกว่า ต้องได้ ตรงนั้นคือจุดที่ตัณหากลายเป็นอุปาทาน
- เมื่อเถียงกับใคร ลองถามว่าเรากำลังปกป้องความจริง หรือปกป้องความเห็นของตัวเอง
- ทำกิจทางศาสนาด้วยความเข้าใจว่าทำเพื่อฝึกใจ ไม่ใช่หวังให้พิธีทำให้เราบริสุทธิ์แทนการฝึก
- เมื่อรู้สึกว่า นี่คือตัวเรา ของเรา กำลังถูกกระทบ ให้ดูว่าความรู้สึกนั้นเกิดขึ้นแล้วก็เปลี่ยนไป เหมือนขันธ์ทั้งห้า
เพราะอุปาทานมีตัณหาเป็นเหตุ และตัณหาเกิดจากเวทนา การฝึกสติให้เห็นความรู้สึกสุข ทุกข์ และเฉย ๆ ตามที่มันเป็น จึงเป็นทางคลายอุปาทานที่ทำได้ทุกวัน
เรียบเรียงจาก: วิภังคสูตร (SN 12.2) · จูฬสีหนาทสูตร (MN 11)
อ่านต่อ

ปฏิจจสมุปบาท คืออะไร 12 ประการ พร้อมบทสวดภาษาบาลีและคำแปล
ปฏิจจสมุปบาท คือหลักที่แสดงว่าทุกข์เกิดและดับเพราะเหตุปัจจัย 12 ข้อ อธิบายทีละข้อ พร้อมบทสวดภาษาบาลีทั้งสายเกิดและสายดับ และคำแปล

ขันธ์ 5 คืออะไร มีอะไรบ้าง: รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
ขันธ์ 5 คือห้ากองที่ประกอบกันเป็นกายและใจ อธิบายง่าย ๆ ทีละข้อ พร้อมตัวอย่างในชีวิตประจำวันและคำสอนในพระสูตร

อริยสัจ 4 คืออะไร มีอะไรบ้าง พร้อมตัวอย่างในชีวิตประจำวัน
อริยสัจ 4 คือความจริงอันประเสริฐสี่ประการ ได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค อธิบายทีละข้อ พร้อมพระสูตรภาษาบาลี คำแปล และตัวอย่างในชีวิตประจำวัน