งานวิจัย : กระบวนปลูกฝังค่านิยมการบริโภคด้วยพุทธิปัญญาสำหรับวัยรุ่น

      

กระบวนปลูกฝังค่านิยมการบริโภคด้วยพุทธิปัญญาสำหรับวัยรุ่น

                                                                                                                                                                            ดร.กมลาศ ภูวชนาธิพงศ์ 
 

งานวิจัยนี้ได้รับการคัดเลือกในการนำเสนอผลงานในการประชุมวิชาการระดับชาติ มจร. ครั้งที่ ๑ MCU Congress 1 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เมื่อ วันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 ในหัวข้อพุทธบูรณาการเพื่อการพัฒนาจิตใจและปัญญา

จากสภาพปัญหาเยาวชนในปัจจุบันจะพบว่าเยาวชนเติบโตอยู่ในยุคกระแสบริโภคนิยม กำลังเผชิญกับกระแสค่านิยมเลียนแบบวัฒนธรรมตะวันตกอย่างรุนแรง ค่านิยมการบริโภคดังกล่าวดึงดูดให้เด็กใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อ ส่งผลต่อค่านิยมและพฤติกรรมของเยาวชนไทยในด้านต่างๆ อาทิเช่น ด้านการบริโภคอาหาร ด้านการใช้ชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสื่อสารผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ในปัจจุบัน เป็นที่นิยมเป็นอย่างยิ่ง เรียกว่า โซเซียล มีเดีย ( Social Media)  พบว่ากลุ่มเยาวชนวัยรุ่นส่วนใหญ่ ใช้โซเซียล มีเดีย (Social Media)  เพื่อความบันเทิงมากกว่าแสวงหาความรู้  ซึ่งความเจริญทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วนี้ได้นำค่านิยมแบบวัตถุนิยมเข้ามา ทำให้เกิดความหลงใหลมัวเมามากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เยาวชนวัยรุ่นขาดการคิดพิจารณาไตร่ตรองอย่างมีเหตุผลในการใช้ชีวิต จากปัญหาดังกล่าว ผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาว่า กระบวนการใด จะฝึกให้เยาวชนรู้จักคิดอย่างมีเหตุผล โดยนำหลักพุทธธรรมมาปลูกฝังค่านิยมที่ดี เพื่อช่วยสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ ให้เยาวชนใช้ชีวิตอยู่ในกระแสสังคมบริโภคนิยมได้อย่างมีสติ

ดังนั้นในการวิจัยครั้งนี้ได้สร้างกระบวนการปลูกฝังค่านิยมการบริโภคด้วยพุทธิปัญญา ในรูปแบบค่ายคุณธรรม 1คืน 3วัน และการทำโครงงาน 1เดือน ตามกระบวนฝึกอบรมที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมา โดยออกแบบเป็นชุดฝึกอบรมเพื่อฝึกกระบวนการคิดตามหลักพุทธธรรมบูรณาการกับการฝึกการบริโภคด้วยปัญญา ประกอบด้วยกิจกรรมหลักคือ กิจกรรมส่งเสริมการปฏิบัติตามหลักพระพุทธศาสนาและกิจกรรมฝึกการบริโภคด้วยปัญญา

    ผลการวิจัยพบว่า. กระบวนปลูกฝังค่านิยมการบริโภคด้วยพุทธิปัญญา มี 5 ขั้นตอน คือ 1) การสร้างศรัทธา 2) การสร้างกระบวนการคิด ประกอบด้วย (1) ขั้นนำหรือกำหนดสถานการณ์ (2) ขั้นตั้งคำถามฝึกวิธีคิด (3) ขึ้นการฝึกคิดเป็นรายกลุ่ม (4) ขั้นวิเคราะห์และอภิปรายกลุ่ม (5) ขั้นสรุปและประยุกต์ใช้ 3) ขั้นวัดและประเมินผล 4) ขั้นวางแผนปฏิบัติ 5) ขั้นปฏิบัติโครงงาน จากผลการอบรมค่าย 2 คืน 3 วัน พบว่า นักศึกษามีเหตุผลในการคิดต่อการบริโภค และค่านิยมการบริโภคด้วยพุทธิปัญญาสูงขึ้นกว่าก่อนการฝึกอบรม มีการพัฒนาพฤติกรรมตามหลักภาวนา 4 (กายภาวนา ศีลภาวนา จิตตภาวนา และปัญญาภาวนา) อยู่ในระดับดี และผลจากการทำโครงงาน 1 เดือน พบว่า นักศึกษามีค่านิยมและมีพฤติกรรมการบริโภคด้วยพุทธิปัญญาสูงกว่าก่อนการฝึกอบรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนมีการเปลี่ยนแปลงค่านิยมในด้านการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์มากที่สุด

จากผลการวิจัยสามารถนำเสนอรูปแบบการปลูกฝังค่านิยมการบริโภคด้วยพุทธิปัญญา กำหนดสร้างเป็นโมเดลในการปลูกฝังค่านิยมให้กับเยาวชน คือ “การเรียนรู้สู่การปฏิบัติ” LFTAEC (Model) ประกอบด้วย ๑) L : Learning  หมายถึง การศึกษาเรียนรู้แนวคิด ทฤษฎี  ๒) F: Factor of Success  หมายถึง ปัจจัยแห่งความสำเร็จ ๓) T: Training การฝึกอบรมตามกระบวนการปลูกฝังค่านิยม ๔) A: Action หมายถึง การปฏิบัติโครงงาน  ๕) E: Evaluation หมายถึง การประเมินผล ๖) C : Characterization  หมายถึง คุณลักษณะของค่านิยมการบริโภคด้วยพุทธิปัญญา  ผลการวิจัยครั้งนี้สามารถสรุปได้ว่า รูปแบบของกระบวนการปลูกฝังค่านิยมที่มีประสิทธิภาพสามารถพัฒนาวัยรุ่นให้เกิดคุณลักษณะค่านิยมที่ดีตามหลักพุทธธรรมได้

             จากผลการวิจัยที่พบประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างเหตุผลในการคิดกับค่านิยมการบริโภคด้วยพุทธิปัญญา เนื่องจากรูปแบบฝึกอบรม มีการตั้งคำถามฝึกวิธีคิด ให้นักศึกษาเลือกการตัดสินใจจากกรณีตัวอย่าง ด้วยการแสดงความคิดเห็นร่วมกัน การฝึกให้เยาวชนเลือกทำโครงงานคุณธรรมตามความชอบ ความถนัด ความสนใจของตัวเองสอดคล้องกับพัฒนาการตามวัย การฝึกให้คิดและการออกแบบกิจกรรมเพื่อจะเปลี่ยนแปลงค่านิยมของตนเอง ร่วมกับเพื่อนสมาชิกในกลุ่ม และการฝึกนำค่านิยมไปปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน ทำให้เยาวชนเกิดกระบวนความคิดเกี่ยวกับความตั้งใจเปลี่ยนแปลงค่านิยมและพฤติกรรมของตนเองที่ชัดเจนมากขึ้น ส่งผลให้เยาวชนมีระเบียบวินัย การตรงต่อเวลา มีความรับผิดชอบในการเรียนมากขึ้น มีการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ต่อสถาบันการศึกษามากขึ้น นักศึกษาช่วยเหลืองานบ้านมากขึ้น  แสดงให้เห็นว่า ค่านิยมเกิดจากการเรียนรู้ โดยเริ่มที่สถาบันครอบครัว สถาบันศึกษา และสิ่งแวดล้อมทางสังคมที่สนับสนุนร่วมกันส่งเสริมปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมที่ดี มีอิทธิพลต่อการหล่อหลอมค่านิยมที่ดีให้กับเยาวชนได้

          ข้อค้นพบที่น่าสนใจของการวิจัยครั้งนี้ กล่าวคือ เยาวชนมีการการพัฒนาพฤติกรรม จิตใจ และปัญญาตามหลักพุทธธรรมที่สูงขึ้น เนื่องจาก การจัดสภาพแวดล้อมและบรรยากาศ (ปรโตโฆสะ) มีครูผู้สอนเป็นกัลยาณมิตรที่รัก คอยชี้แนะ สนับสนุน การนำหลักพุทธธรรมมาบูรณาการกับการฝึกอบรม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต) ที่กล่าวว่า ระบบการศึกษาที่สมบูรณ์ จะต้องมีองค์ประกอบพร้อมทั้งศีล สมาธิ และปัญญา โดยหลักการศึกษาหรือการฝึกฝนอบรม ที่กำหนดขึ้นเพื่อแก้ปัญหา เป็นกระบวนการสร้างปัญญา นำไปสู่อิสรภาพของชีวิต เป็นไปเพื่อความดำรงอยู่ด้วยดีร่วมกันในสังคมได้ 

 
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
สถาบันวิปัสสนาธุระ
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เลขที่ 79 หมู่ที่ 1 หลักกิโลเมตรที่ 55  ตำบลลำไทร
อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
รหัสไปรษณีย์ 13170
โทรศัพท์:
035-248000 ต่อ 8139, 8144
E-mail:
vipassana.officer@gmail.com
happiness2009@hotmail.com (แม่ชีศรินรัตน์)
พัฒนาเว็บไซต์โดย Schooljob ประกาศรับสมัครครู สมัครเป็นครู สมัครเป็นอาจารย์สอนสถานศึกษาทั่วประเทศ