'มจร'เปิดอาคารวิปัสสนาธุระ 9 มีาคม

 

 

9มี.ค.'มจร'เปิดอาคารวิปัสสนาธุระ

๙ มี.ค. 'มจร'เปิดอาคารวิปัสสนาธุระ สมเด็จพระพุฒาจารย์(อาจ อาสภมหาเถร) : สำราญ สมพงษ์รายงาน

              การฟังธรรมศึกษาธรรมแล้วนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันนั้นถือได้ว่าเป็นชาวพุทธที่ดีแล้ว แต่จะให้ดีไปกว่านั้นจะต้องมีการฝึกจิตให้สงบและเห็นสภาพตามความจริงตามหลักอริยสัจ 4  ทั้งนี้ก็เพื่อให้การนำธรรมไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันนั้นมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ต่อส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น

              การฝึกจิตหรือการปฏิบัติธรรมตามหลักสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐานนั้น นอกจากองค์ประกอบต่างๆ ทั้งครูสอนและวิธีปฏิบัติที่ตรงใจหรือตรงจริตแล้ว สถานที่ปฏิบัติก็ถือว่ามีส่วนสำคัญ เพราะสถานที่ไม่สัปปายะแล้วก็ยากที่จะบรรลุธรรมได้ 

              หากได้ศึกษาพระไตรปิฎกแล้วจะได้ทราบว่าพระบางรูปนั้นปฏิบัติบัติธรรมมาเป็นเวลานานแต่ไม่บรรลุธรรมเสียที แต่พอเปลี่ยนสถานที่เปลี่ยนวิธีการแล้วทำให้บรรลุธรรมได้ง่ายก็มี

              ด้วยเหตุผลดังกล่าวทางพระผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทลัย (มจร) ภายใต้การนำของพระพรหมบัณฑิต  (ประยูร ธมฺมจิตฺโต ป.ธ.9, ศ.ดร.) เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส อธิการบดี  พร้อมด้วยนายแพทย์รัศมี คุณหญิงสมปอง วรรณิสสร เจ้าของโรงพยาบาลสยาม ผู้อุปถัมภ์ มจร มาตั้งแต่ต้น หลังจากได้ถวายที่ดินที่ที่อำเภอวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา สร้างมหาวิทยาลัยให้สวยงามกว้างขวางอย่างที่เห็นในปัจจุบันนี้ ให้เป็นสถานที่ศึกษาทางวิชาการของพระภิกษุ สามเณร และฆราวาส ได้เข้ามาศึกษาให้เกิดสัปปายะแล้ว

              นายแพทย์รัศมี คุณหญิงสมปอง วรรณิสสร ยังได้มีจิตศรัทธาบริจาคทุนทรัพย์ 80 ล้านบาทสร้างอาคารเป็นที่ปฏิบัติธรรมให้เกิดความสัปปายะเช่นเดียวกัน โดยให้ชื่ออาคารแห่งนี้ว่า "อาคารวิปัสสนาธุระสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถร)"  เนื่องจากสมัยที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถร) อดีตเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ มีชีวิตอยู่ เมื่อปี 2495 ได้ส่งพระธรรมธีรราชมหามุนี (โชดก ญาณสิทฺธิ ป.ธ.9)  ไปดูการพระศาสนาที่ประเทศพม่า และได้ปฎิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ณ สำนักศาสนายิสสา เมืองแรงกูน ประเทศพม่า เมื่อสำเร็จการศึกษาและปฎิบัติวิปัสสนาแล้ว ได้เดินทางกลับประเทศไทย พร้อมกับพระอาจารย์ด้านวิปัสสนากรรมฐาน 2 รูปที่รัฐบาลไทยขอจากรัฐบาลพม่า เพื่อมาสอนวิปัสสนากรรมฐาน ประจำอยู่ในประเทศไทย พระวิปัสสนาจารย์ 2 รูปนั้น คือ ท่านอาสภเถระ ปธานกัมมัฎฐานาจริยะ และท่านอินทะวังสะ ธัมมาจริยะกัมมัฏฐานาจริยะ

              สมัยนั้นสมเด็จพระพุฒาจารย์ครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ "พระพิมลธรรม" ได้ประกาศตั้งสำนักวิปัสสนากรรมฐานแห่งประเทศไทยขึ้นที่วัดมหาธาตุ และได้แต่งตั้งพระธรรมธีรราชมหามุนี ขณะที่มีฐานะเพียงพระมหาโชดก เป็นพระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระเป็นรูปแรก  ได้รับภาระหนักมากเพราะเป็นกำลังสำคัญของเจ้าประคุณสมเด็จในการวางแผนขยายสำนักงานสาขาไปตั้งในที่ต่างๆ ทั่วประเทศ จัดทำหลักสูตรวิปัสสนากรรมฐาน คัดเลือกพระวิปัสสนาจารย์ไปสอนประจำอยู่ตามสำนักสาขาที่ตั้งขึ้น และจัดไว้สอนประจำที่วัดมหาธาตุ พระวิปัสสนาจารย์ทั่วประเทศส่วนมากเป็นศิษย์

              มจร ได้สนองเจตนารมณ์ของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถร) นอกจากจะมีการจัดการเรียนการสอบตามหลักสูตรแล้ว ยังได้มีการจัดให้พระนิสิตนักศึกษาได้ปฏิบัติธรรมตามสถานที่ต่างๆ ช่วงก่อนปิดภาคเรียนทุกช่วงชั้น นอกจากนี้ยังได้เปิดอบรมให้กับประชาชนและพนักงานหน่วยงานทั่วๆไป จะเห็นได้ว่าในแต่ละเดือนจะมีหมายกำหนดการที่บุคคลต่างๆเข้ามาปฏิบัติธรรมที่ มจร อ.วังน้อย อย่างเช่น  วันที่ 4-8 มี.ค.  ข้าราชการกรมราชทัณฑ์  150 คน วันที่ 8-10 มี.ค. ประชาชนทั่วไป  300 คน วันที่ 11-13 มี.ค. คณาจารย์และนิสิต คณะทันตแพทย์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย   100 คน วันที่ 15-20 มี.ค.  เรือนจำจังหวัดนราธิวาส (ไทยพุทธ) 120 คน วันที่ 21-23 มี.ค. สถาบันดำรงราชานุภาพ  กระทรวงมหาดไทย  80 คนเป็นต้น

              บัดนี้การสร้างอาคารวิปัสสนาธุระสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถร)ได้เสร็จสิ้นบูรณ์แล้ว รวมทั้งการปรับแต่งให้สัปปายะเหมาะกับเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม พร้อมกันนี้ยังได้มีการสร้างหุ้นจำลองบูรพวิปัสสนาจารย์ อาทิ  สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถร) พระธรรมธีรราชมหามุนี  พระธรรมมังคลาจารย์ วิ.(ทอง สิริมงฺคโล) เจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทอง เชียงใหม่ หัวหน้าฝ่ายวิปัสสนาธุระหนเหนือ รวมถึงหุ่นพระพรหมบัณฑิต พระราชพิพัฒน์โกศล (โกศล มหาวีโร) เจ้าอาวาสวัดศรีสุดาราม กรุงเทพฯ ที่ปรึกษาอธิการบดี ขณะรับมอบโฉนดที่ดินจากนายแพทย์รัศมี คุณหญิงสมปอง เพื่อสร้าง มจร อ.วังน้อยด้วย

              ทาง มจร และนายแพทย์รัศมี คุณหญิงสมปอง  จึงได้กำหนดจัดพิธีถวายอาคารวิปัสสนาธุระสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถร) ขึ้นในวันเสาร์ที่ 9  มีนาคม เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป โดยจะมีการปาฐกถาพิเศษโดยพระพรหมบัณฑิต พิธีการถวาย และการแสดงวัฒนธรรมอีสานจาก มจร วิทยาเขตขอนแก่นด้วย ทั้งนี้สาธุชนทั้งหลายสามารถไปร่วมงานได้โดยจะมีรถรับ-ส่งฟรีที่วัดมหาธาตุตั้งแต่เวลา 12.00น.เป็นต้นไป

              ทั้งนี้เพื่อให้ทราบที่มาของการสร้างอาคารวิปัสสนาธุระสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถร) เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น อาจารย์สมชัย ศรีนอก หรือ ช.ศรีนอก อาจารย์ มจร ได้ประพันธ์เทศน์แหล่ทำนองอีสาน โดยให้ชื่อว่า "คุณหญิงสมปองสร้างอาคารวิปัสสนามหาเถร" ความว่า

               "บัดนี้.. นั่งจับไมค์ใส่เสียงจ้อ ช.กวีเขียนกลอนเด่นเป็นทำนองเทศน์แหล่ภูมิพื้นตอนอีสาน....อาจารย์ ช.ศรีนอกกรอกค้นผลงานแม่หญิงสมปองฉลองหอปฏิบัตินัดประชามาโฮมต้อน ขอนแก่นมาถึงแล้วแถวหนองคายบ่อายเพิ่นเดินทางไกลเชียงใหม่พ้นอุบลน่านแพร่พเยาว์เดามองเห็นสีหน้าราชสีมาเมืองใหญ่ใต้สงขลา แปดริ้วเมืองเลยพร้อมต้อมใส่บุญ

               คุ้นเอ้ยคุ้นทั่วหน้ามหาจุฬาศรัทธาเด่น เณรพระสงฆ์ต่างที่มานี้ได้ฮ่ำเฮียน เรียนห้าปีมีความรู้ได้เป็นครูเป็นตำรวจเป็นนักบวชสืบสร้างปัญญาล้ำบ่ต่ำถอย น้อยบ่ได้น้อยค่ามหาจุฬาปรัชญาแก่น แผนวิสัยทัศน์ฮู้ยาคูสร้างสง่างาม นามพระพรมหมบัณฑิตไท้ไว้ชื่อคนลือขาน

               อธิการมอจอรอพ่อประคุณเป็นบุญค้ำ นำสโลแกนอ้าง บางคนน้อเคยฟังไป่ได้ฟังแล้วหากปลื้มยืมมาเว้าอีกเทือนาเพิ่นว่า ......ตกปลาหน้าบ้าน สร้างสะพานทั่วทิศผูกมิตรทั่วโลก.

               อโศกเอ้ยบ่เคยท้อมอจอรอบ่เคยต่ำมีผู้นำจั่งซี้สิบปีล่วงกะบ่จม สมกับเป็นนามตั้งชื่อเสียงดังไปทุกที่ขจรเสียงไปทุกที่ดีใจล้นลื่นประมาณ กาลกาละครั้งนี้มีแนวเบิ่งเทิงสะออน

               ออนซอนหลายหออาสภะพระผู้ปัญญาแจ้ง แทงเขาแทงเกือบตายเมี้ยนเปลี่ยนชื่อปลดผ้าเหลืองเรื่องโกหกตอแหลแพ้พระคุณบุญชูค้ำ ทำให้คุณหญิงได้เลื่อมใสน้อหลวงพ่อใหญ่ สร้างมหาวิทยาลัยให้แผ่นดินม่องนี้หลายปีเยิ้นเพิ่นบ่ลืม ปลื้มใจหลายสายใยค้ำ สร้างหอปฏิบัติธรรม ใช้นามอาสภะพุฒาจารย์อาจกล้า..ศรัทธาล้นอุ่นประมัย ในกุศลครั้งนี้เฮ็ดอีหลีปีติท่านเจ็ดสิบล้านอัพขึ้น เป็นทุนยู้สู่วิมาน ท่านคุณหญิงสมปองได้ให้ทรัพย์ถวายเงินเกินบ่คืนยื่นคำเด็ดเฮ็ดให้มันงดงามยิ่ง คุณหญิงคงบ่เคยท้อมีนายแพทย์พ่อใจดีหมอรัศมี วรรณิสสร บ่อนเจริญนำเงินได้ ไปทางได๋คนกะย้องสองคนน้อพ่อแม่อิ่มยิ้มเบิกบานไผพบพ้อยอมือน้อมสาธุการ สร้างอาคารวิปัสสนาห้องพองยุบหนออีพ่อแม่ตัดกระแสโลกร้อน..บ่อนเฮาได้เข้าเพิ่งพา อาสภะชื่อท่านอาจารย์ใหญ่พิมลธรรมนำนิสิตเทิงองค์กรบ่อนเฮาได้เรียนรู้ ผู้ลางคนบ่ทันแจ้งแจงให้ท่านเข้าใจสา

               ท่งนาดอนบ่อนเฮาพักฮู้จักไหมผู้ได๋ซื้อ ถือเป็นมรดกไท้ศรัทธาไทยทั้งสองท่านอธิการรับรู้กูรูท่านยกถวายขยายวังทั้งเหนือใต้ยาวไปไกลโบสถ์กะแม่นแสนดีใจคักล้นทุกคนฮู้..ผู้ถวายดอกนา ศรัทธาโยม....

               เอาละเด้อซ่ำนี้เอวังทีลาจบกลอนตอนใหม่ปีหน้าพุ้นนิมนต์ข้ามาส่งเสียงเผดียงกลอนตอนจบม้วนขอเชิญชวนมวลหมู่เข้าไปดูที่ตั้งมงคลแท้อีแม่ยอคุณหมอไม่คัดค้านอาคารใหญ่วิปัสสนามหาเถรภูมิใจได้ฮ่มเงาพุทโธน้อม

               จอมทัพธรรมกำลังกล้ามหาจุฬาได้สานต่อ หลวงพ่ออาจเป็นต้นเค้าเฮาได้เพิ่งพระคุณ ท่านเจ้าคุณประสานเด้เมธีธรรมได้นำหมู่อยู่วังน้อยสืบสร้างเสนอท่านอธิการกาลเวลาเหมิดจ้อยกลอยสุนทรอวยพรส่ง คงจบลงท่อนี้กวีก้อมกล่อมผู้ฟัง นั่นละน่า ศรัทธาโยม....เอย"